นอกจากฟุตบอลโลกปีนี้ที่น่าจะเดือดที่สุดอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เดือดไม่แพ้กันคือ แบรนด์แฟชั่นต่างออกคอลเลกชันมาเพื่อต้อนกระแสที่เกิดขึ้น หนึ่งแบรนด์ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น ‘Nike’ แน่นอน เพราะหากเราพูดถึง “ฟุตบอลโลก” แบรนด์แรก ๆ ที่จะเด้งเข้ามาในหัวก็คงเป็นไนกี้ แล้วก็ไม่ทำให้เราผิดหวังจริง ๆ เพราะไนกี้เปิดตัวคอลเลกชัน X2 Collection จับมือกับ 7 ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของแต่ละประเทศมาร่วมงานในคอลเลกชันนี้
X2 World Cup Collection โปรเจกต์ใหญ่ที่เปลี่ยนฟุตบอลโลกให้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญแก่วงการแฟชั่น
คอลเลกชัน ‘X2’ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ Nike ที่ไม่ได้มองฟุตบอลโลกเป็นเพียงเกมกีฬา แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงแฟชั่น ศิลปะ และกีฬาเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็น ‘Fashion Week’ ผ่านเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทั้งในสนามและนอกสนาม ไนกี้ไม่ได้วางเสื้อฟุตบอลไว้ในกรอบเดิม ๆ แต่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น โดยมองว่าเสื้อฟุตบอลสามารถมีศักยภาพในการเป็นแฟชั่นไอเทมที่ทรงอิทธิพลได้ ผ่านการร่วมมือกับ 7 แบรนด์ที่เป็นหัวแถวในแต่ละประเทศอย่าง Jacquemus (France), Palace Skateboards (England), PEACEMINUSONE (South Korea), Slawn (Nigeria), Virgil Abloh Archive (USA), Patta (Netherlands) และ NOCTA (Canada) รวมไปถึงสหพันธ์ฟุตบอลทั้ง 7 ประเทศในการเป็นตัวแทนเพื่อมาดีไซน์ชุด และตีความประเทศของตัวเองผ่านเสื้อชุดแข่ง และรองเท้าของไนกี้ในแต่ละรุ่น ทั้ง Cryoshot Tiempo 10, Cryoshot CTR 360, Cryoshot Tiemp ’94, Cryoshot Mercurial Vapor R9, Cryoshot Striker 1976 และ Cryoshot Air Speed M เพื่อขยายขอบเขตของฟุตบอลให้เข้าไปในกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่อาจสนใจแฟชั่น มากกว่ากีฬา นั้นแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Nike ที่ไม่ได้มองฟุตบอลเป็นเพียงกีฬาอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมสมัยใหม่แล้วในตอนนี้
แล้ว Nike ทำได้ยังไงในการดึง 7 ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้ามาร่วมในคอลเลกชันนี้?
การดึงตัว 7 ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้ามาร่วมงานได้ อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากนักสำหรับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอิทธิพลมหาศาลในวงการแฟชั่น และกีฬาที่สะสมมาอย่างยาวนาน การได้ร่วมงานกับ Nike ถือเป็นเกียรติ และโอกาสสำคัญในการดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่รู้จัก Nike อยู่แล้วให้ได้มาสัมผัสแบรนด์แฟชั่นของพวกเขาด้วย รวมไปถึงการจับมือกับ 7 สหพันธ์ฟุตบอลที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้นก็มีหลายแบรนด์ที่มีความสัมพันธ์มายาวนานกับไนกี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากนักในการจะร่วมมือกันอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ไนกี้สามารถดึง Palace Skateboards มาร่วมงานได้นี่ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ของคอลเลกชันนี้เลย เพราะ Palace ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรของฝั่งสามแถบมาอย่างยาวนาน การที่มาร่วมมือกันข้ามฝั่งได้ แสดงว่าคอลเลกชันนี้ต้องไม่ใช่คอลแลบธรรมดา ๆ แน่นอน
PALACE SKATEBOARDS x ENGLAND
เปิดด้วยความเดือดดาลของ Palace Skateboards และทีมชาติอังกฤษ (England) อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้าว่าแบรนด์นี้เป็นภาพจำของฝั่งสามแถบมาอย่างยาวนาน การที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Nike ได้ตัวมานั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่า Nike ไม่สามารถหาแบรนด์อื่นจากอังกฤษมาร่วมงานได้ แต่ด้วยความต้องการที่จะสะท้อนตัวตนของวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษออกมาให้ชัดที่สุด Nike จึงต้องเลือก Palace เพียงแบรนด์เดียวเท่านั้น เพราะแบรนด์นี้เติบโต และเข้าใจในวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษแบบถ่องแท้ รวมไปถึงคอลแลบนี้ไม่ใช่การทำเสื้อผ้าธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่เป็นการให้แต่ละแบรนด์เป็นตัวแทนของประเทศตัวเองในการเผยแพร่วัฒนธรรม ผ่านเสื้อผ้าฟุตบอลในสไตล์ของตัวเอง จึงออกมาเป็นดีไซน์ที่มีความขบถแบบเด็กสเก็ต เน้นลายกราฟิกที่จัดเต็ม ให้มีความกวนและสตรีท รวมไปถึงการใช้พรีเซนเตอร์อย่าง Wayne Rooney, Marcus Rashford, Kobbie Mainoo, Harry Kane, John Stone และ Djed Spence อีก โดนเส้นขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ทาง Nike เลือก Palace ได้ยังไง
JACQUEMUS x FRANCE
จัดเต็มไม่แพ้กันในคอลเลกชันนี้ มาด้วยความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเรียบหรูสไตล์ Jacquemus ยังคงเอกลักษณ์ของเสื้อทีมชาติฝรั่งเศสไว้ครบถ้วน ทั้งสีสัน โลโก้ และเอกลักษณ์ของทีม นอกจากนั้นยังนำทัพด้วยเหล่าดาวเตะชื่อดังของทีมตราไก่อย่าง Kylian Mbappé, Ousmane Dembélé, Désiré Doué และคนอื่น ๆ ที่มาร่วมเป็นนายแบบในลุคผู้ดีฝรั่งเศส
PEACEMINUSONE x SOUTH KOREA
อีกหนึ่งทีมชาติที่คอลเลกชันนี้เป็นที่ฮือฮาไม่แพ้กัน คือ เกาหลีใต้ ร่วมจับมือกับตัวพ่อสายแฟอย่าง G-Dragon มาด้วยความเรียบง่าย แฝงความขี้เล่นในแบบ PMO พร้อมซิกเนเจอร์อย่าง Daisy Flower ตกแต่งเสริมความเต็มให้คอลเลกชันนี้ แถม GD ยังดึงตัว Karina AESPA และ Hwang Hee-Chan มาร่วมถ่ายแบบในครั้งนี้ด้วย
PATTA x NETHERLANDS
มาต่อกันด้วยอัศวินสีส้ม ‘เนเธอร์แลนด์’ กันบ้าง เฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียว ความหลากหลายทางวัฒนธรรม มาพร้อมแนวคิด ‘New Netherlands’ ผ่านการผสมผสานแฟชั่นสตรีทแวร์ เข้ากับวัฒนธรรมฟุตบอลได้ลงตัว ในลุคสีส้ม จัดเต็มด้วยลายกราฟิกตามสไตล์ Patta
SLAWN x NIGERIA
ถึงแม้ทีมชาติไนจีเรียจะแพ้และไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกในปีนี้ แต่บอกเลยว่าถ้าเป็นเรื่องแฟชั่น ไนจีเรียไม่แพ้ใครแน่นอน เพราะได้ตัว Olaolu Slawn ศิลปินชาวไนจีเรีย นำสไตล์ศิลปะอันดุดัน วุ่นวาย และเป็นที่จดจำ มาถ่ายทอดลงบนคอลเลกชันนี้ เติมแต่งด้วยลวดลายกราฟิตี้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Slawn พร้อมข้อความ “NAIJA” ขนาดใหญ่ สื่อถึงประเทศไนจีเรีย รวมไปถึงวัฒนธรรมทางด้านต่าง ๆ ของประเทศนี้
NOCTA x CANADA
NOCTA ของ Drake ก็ไม่พลาดกับคอลเลกชันนี้ มาในสโลแกน “Outsiders will never understand, Insiders will never explain” หรือแปลว่า คนนอกไม่มีวันเข้าใจ คนวงในไม่มีวันอธิบาย สื่อถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยมของแบรนด์ในการคอลแลบครั้งนี้ พร้อมอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสคอลเลกชันนี้ด้วยตัวเอง จัดเต็มด้วยดีไซน์อันโดดเด่น เท่ ตามสไตล์ของ NOCTA เน้นกราฟิกหนัก ๆ แถบสะท้อนแสง และโลโก้ขนาดเล็ก ให้ทุกชุดสามารถเป็นยูนิฟอร์มประจำวันของทุกคนได้
VIRGIL ABLOH ARCHIVE x UNITED STATES OF AMERICA
ปิดท้ายกับกัปตันอเมริกา เจ้าภาพฟุตบอลโลกปีนี้ที่ได้นำมรดกงานออกแบบของสุดยอดครีเอทีฟตัวพ่อแห่ง OFF-WHITE อย่าง Virgil Abloh ที่หลงเหลือไว้มาใช้ในคอลเลกชันนี้ หยิบสไตล์ Vintage America (อเมริกายุคคลาสสิก) มาเป็นแรงบันดาลใจ ผ่านกราฟิกที่โดดเด่น และการตีความสไตล์อเมริกันย้อนยุค ในมุมมองที่สนุก และร่วมสมัยขึ้น
เป็นยังไงกันบ้างกับ Nike X2 Collection เพื่อน ๆ ชอบเสื้อผ้าของทีมชาติไหนกันบ้าง แล้วคิดว่าคอลเลกชันนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลสามารถกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่ทรงอิทธิพลในโลกสมัยใหม่ได้จริงไหม คอมเมนต์กันมาหน่อย!






























































