เปิดโลกของ BEAMS ให้มากกว่าเดิม กับเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละ Label

โอกาสครบรอบ 50 ปีของแบรนด์แฟชั่นย่านฮาราจุกุอย่าง “BEAMS” ก่อตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 โดย Etsuzo Shitara และ Osamu Shigematsu โดยเริ่มต้นจากร้านขนาดเล็ก ๆ เพียง 20 ตารางเมตร ถ่ายทอดเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์อเมริกัน จนถึงวันนี้ BEAMS ได้ขยายไลน์เสื้อของตัวเองออกมามากมาย ทั้ง BEAMS BOY, BEAMS PLUS, Ray BEAMS และอื่น ๆ กว่า 20 Label นอกจากนั้นยังมีขยายไปในกิจการอื่น ๆ ด้วย วันนี้ S4S เลยขอพามาแนะนำแต่ละไลน์เสื้อผ้าของ BEAMS กันว่ามีความแตกต่างอย่างไรบ้างครับ 

BEAMS (1976)

เริ่มกันที่จุดเริ่มอย่าง BEAMS (1976) เดิมทีเป็นร้าน American Life Shop BEAMS นำเสนอเสื้อผ้า และสินค้าไลฟ์สไตล์แบบอเมริกันให้กับวัยรุ่นญี่ปุ่น ในยุคที่ ‘Selected Shop’ ยังไม่แพร่หลายนัก ปัจจุบัน BEAMS กลายเป็น Men’s Casual Label หลักของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด ‘BASIC & EXCITING’ โดยหยิบเอาความเบสิกของสาย Sport, Work และ Military รวมถึงนำอิทธิพลจากดนตรีและกีฬาเอาท์ดอร์ มาผสมผสานกับแฟชั่นร่วมสมัย 

BEAMS HEART (1976)

เดิมทีจุดประสงค์ของ BEAMS HEART ทำมาเพื่อคนที่อยากซื้อ BEAMS แต่รู้สึกราคาสูงเกินไป จึงเกิดมาเป็น BEAMS HEART เน้นสินค้าเอาต์เลต ราคาจับต้องได้มากกว่า Label หลัก แต่ในปี 2026 นี้มีการเปลี่ยนรูปแบบให้ BEAMS HEART กลายเป็น Lifestyle Shop มากขึ้น 

BEAMS F (1978)

BEAMS F เกิดขึ้นหลังจากก่อตั้งแบรนด์ได้ 2 ปี โดยใช้พื้นที่เล็ก ๆ อยู่ข้างร้านแรก โดย BEAMS F มาจากคำว่า “FUTURE” หมายถึงแนวคิดที่จะผลิตเสื้อผ้าที่ผู้ชายจะใส่ในอนาคต เสื้อผ้าของ BEAMS F ให้ความรู้สึกคลาสสิกมากกว่า BEAMS 

International Gallery BEAMS (1981)

นี่เป็นการขยับครั้งยิ่งใหญ่ของ BEAMS จาก American Casual ไปสู่ International Fashion ในช่วงแรก (1981) โดยเน้นสินค้าที่นำเข้าที่มีความร่วมสมัย และอยู่ในเทรนด์มากขึ้น ใช้พื้นที่ของ BEAMS นำเสนอแบรนด์อย่าง Giorgio Armani, Margaret Howell, Jean Paul Gaultier และ Paul Smith รวมถึงแบรนด์ดีไซน์หน้าใหม่ในขณะนั้น แต่ปัจจุบัน International Gallery BEAMS ในฝั่งผู้ชายเน้น “Sophisticated Chaos” ส่วนฝั่งผู้หญิงเน้น High-Brands และ Emerging Designers

Ray BEAMS (1984)

Women’s Label แรกของ BEAMS กับ Ray BEAMS (1984) ใช้แนวคิด “The Way of Chic” ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การแต่งตัว แต่รวมถึงการใช้ชีวิต และแนวคิด โดย Ray BEAMS หยิบ Fashion-Forward และความ Feminine มากกว่าในฝั่งของ BEAMS BOY

BEAMS BOY (1998)

มาอีกหนึ่งไลน์เสื้อผ้าของ BEAMS ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของแบรนด์อย่าง BEAMS BOY ซึ่งถ้าได้ยินแค่ช่ือ label ทุกคนอาจคิดว่ามันเป็นไลน์เสื้อผ้าเกี่ยวกับผู้ชาย แต่จริง ๆ แนวคิดมาจากผู้หญิงที่หลงใหลใน “Strength and Background of Men’s” หรือความแข็งแรง และเรื่องราวเบื้องหลังของผู้ชาย จึงหยิบสไตล์ Millitary, Workwear, Americana, Outdoor, Sportswear, Heavy-Duty Clothing และ Men’s Staples มาตีความใหม่ในมุมมองผู้หญิง 

BEAMS PLUS (1999)

BEAMS PLUS เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของ BEAMS ที่สะสมมาตั้งแต่ในปี 1976 โดยต้องการสร้างเสื้อผ้าผู้ชายที่ใส่ได้นาน และไม่น่าเบื่อ มีแนวคิดหลัก คือ “The style when America was at its wear” โดยย้อนมองเสื้อผ้าอเมริกันช่วงประมาณ 1940s – 1960s หยิบนำความ Authentic Casual Wear มาตีความใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไป 

BEAMS T (2001)

BEAMS นำเอา T-Shirt กลายมาเป็น Canvas พื้นที่สำหรับศิลปิน นักออกแบบ นักวาดภาพ และวัฒนธรรมป๊อปอื่น ๆ มาอยู่บนเสื้อผ้าที่อยู่กึ่งตรงกลางระหว่าง Fashion, Graphic Design, Art และ Pop Culture จนทำให้ BEAMS T กลายเป็นหนึ่ง label สำคัญในการทำ Collaboration ของแบรนด์ 

EFFE BEAMS (2002)

อีกหนึ่งกลุ่ม Women’s Label ที่ขยับเน้นไปทางคุณภาพ ความสง่างาม และเรียบหรู เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทำงานที่มองหาชุดทางการ ไปจนถึงชุดลำลองหรูหราที่ใส่ในชีวิตประจำวัน 

Brilla per il gusto (2003)

โดดเด่นด้วยรสนิยม นั้นคือนิยามของ Brilla per il gusto (2003) ที่ BEAMS ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อผู้ชายในวัยผู้ใหญ่ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง มีงานอดิเรก และยังคงสนุกกับชีวิต โดยไม่ต้องพึ่งเทรนด์ หรือโลโก้แบรนด์เพื่อบ่งบอกว่าตนเองเทสต์ดี แสดงถึง Sex Appeal ที่มีความขี้เล่นของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ผ่านเสื้อผ้า 

Demi-Luxe BEAMS (2003)

Demi-Luxe BEAMS เป็น Women’s Label ที่มุ่งเน้นไปที่เสื้อผ้าของผู้หญิงวัยทำงาน แต่รักในการทำกิจกรรม จุดเด่น คือ การนำ Trend Pieces และ High-Quality Basics เพื่อให้สามารถแต่งได้หลากหลายโอกาส 

merrier BEAMS (2004)

ในปี 2004 merrier BEAMS ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ (Maternity) ที่วางขายทางออนไลน์เท่านั้น (Online-Only) มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ที่รักการแต่งตัว แต่ภายหลังในปี 2015 Kodomo BEAMS ได้เข้ามานำ merrier BEAMS กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง โดยเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมไปทั้งเสื้อผ้าสำหรับช่วงตั้งครรภ์ ชุดสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร ไปจนถึงเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับพ่อแม่มือใหม่

Kodomo BEAMS (2008)

Kodomo BEAMS แบรนด์เสื้อผ้าเด็กของ BEAMS ที่คัดสรรเสื้อผ้าของเด็กและทารกที่สวมใส่สบาย รวมถึงยังมีของเล่น ของใช้สำหรับเด็ก ไปจนถึงโต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ของตัวเอง และแบรนด์อื่น ๆ ทั่วโลก รวมไว้ใน Kodomo BEAMS ที่เดียวเลย

BEAMS GOLF (2011)

หลังจากทำ Label เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์มานาน BEAMS ได้ถือกำเนิด Sports Label แรกออกมาอย่าง “BEAMS GOLF” สำหรับสายกอล์ฟที่สนใจด้านแฟชั่น โดยนำความรู้เรื่องแฟชั่น ผสมผสานฟังก์ชันการใช้งาน จุดเด่นของ BEAMS GOLF จึงไม่ใช่แค่ Golf Wear ที่เน้น Technical อย่างเดียว แต่มีการเชื่อมโยงไปยังคัลเจอร์ของแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ด้วย  

mmts (2013)

mmts มาจากชื่อ “Mamitasu” แมวตัวโปรดของ Shoko Nakagawa (Shokotan) นักร้องสาวชื่อดังของญี่ปุ่น ที่จับมือกับ BEAMS ผสมผสานแฟชั่นเข้ากับวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ (Pop Culture) ภายใต้ธีม “ความสนุกและเรื่องน่าสนใจ” สะท้อนตัวตนของ Shoko Nakagawa ออกมาอย่างเด่นชัด มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าทุกเพศที่รักงานอาร์ต และความอิสระ 

CAROLINA GLASER (2014)

CAROLINA GLASER แบรนด์แฟชั่นผู้หญิงจากญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 2004 ในชื่อ cheryl by Carolina Glaser ก่อนจะกลายเป็น CAROLINA GLASER ในเวลาต่อมา จนเมื่อปี 2014 BEAMS ได้เข้ามาดูแลแบรนด์อย่างเป็นทางการ โดยปรับกลยุทธ์การขายให้วางจำหน่ายทางสโตร์ และออนไลน์ของ BEAMS เพื่อให้แฟน ๆ ของแบรนด์ได้พบคอลเลกชันใหม่อยู่เสมอ 

Pilgrim Surf+Supply (2015)

ความแตกต่างของ Pilgrim Surf+Supply คือไม่ได้เริ่มจากศูนย์เหมือน BEAMS PLUS แต่เป็นการจับมือกับ BEAMS ในปี 2015 โดย Pilgrim Surf+Supply ก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดย Chris Gentile (อดีตไดเรกเตอร์ของ Condé Nast) มีจุดมุ่งเน้นในการรวมคอมมูนิตี้คนรักเซิร์ฟ ผ่านการนำเสนอเสื้อผ้าที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงรองรับการเล่นเซิร์ฟ  

BEAMS mini

อีกหนึ่ง Kid’s Wear ของ BEAMS ที่มีความแตกต่างจาก Kodomo BEAMS อย่างสิ้นเชิง เพราะ BEAMS mini มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาให้ออกมาเป็นไลน์เสื้อผ้าเด็กที่เข้าถึงง่ายกว่า เน้นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดยหยิบเอาคาแรกเตอร์เสื้อผ้าผู้ใหญ่ของ BEAMS มาย่อส่วนให้เหมาะกับเด็ก ๆ มากขึ้น มีสีสันสดใส ดีไซน์สนุกสนาน และใส่ใจเรื่องความสบายเป็นหลัก มักจะทำคอลแลบกับคาแรกเตอร์น่ารัก ๆ อยู่เสมอ 

BEAMS JAPAN (2016)

จากเดิมที่ BEAMS นำเสนอเสื้อผ้าและวัฒนธรรมอเมริกัน จึงเปลี่ยนมุมมองกลับมาสำรวจวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งภูมิปัญญาดั้งเดิม งานออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ทำให้ BEAMS เปิดตัว Label ใหม่ในชื่อ BEAMS JAPAN ภายใต้คอนเซปต์ จุดประสงค์ในการรวบรวมและถ่ายทอดเสน่ห์ของญี่ปุ่นให้เป็นที่รู้จักทั้งใน และต่างประเทศ 

BEAMS COUTURE (2017)

หัวใจหลักของ BEAMS COUTURE คือ การเอาสินค้าที่ Deadstock ของ BEAMS มาสร้างใหม่ผ่านงานฝีมือ (Handmade/Handwork) ให้กลายเป็นชิ้นงานที่มีชิ้นเดียวบนโลก (One-of-Kind) 

MAAI (2026)

แบรนด์ผู้หญิงใหม่ล่าสุดจาก BEAMS โดยมีแนวคิดดั้งเดิมของญี่ปุ่น “間合い” (Maai) หมายถึง ระยะห่าง หรือช่องว่างที่เหมาะสม) มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้หญิงวัยทำงานที่อายุ 30 ปีขึ้นไปที่ชอบความเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง 

และนี่คือ Label ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของ BEAMS กว่า 20 แบรนด์ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก จะสายทำงาน หรือไลฟ์สไตล์ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ BEAMS ยังครองใจคนญี่ปุ่น รวมถึงสายแฟชั่นทั่วโลกได้อย่างเหนียวแน่นมานานกว่า 50 ปี เพราะ BEAMS ไม่หยุดอยู่แค่เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายไลน์เสื้อผ้าให้ตอบโจทย์คนทุกเพศ ทุกวัย อยู่เสมอ 

Source: beams.co.jp , beams_official

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save