GORE-TEX® นวัตกรรมกันน้ำที่ครองโลกแฟชั่น

หากพูดถึงวัสดุฟังก์ชันที่เปลี่ยนแปลงทั้งวงการอุปกรณ์เอาต์ดอร์และแฟชั่นในยุคปัจจุบัน ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ GORE-TEX® ป้ายโลโก้รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีดำที่การันตีความทนทานและการกันน้ำ แต่กว่าจะมาเป็นสัญลักษณ์ของสาย Techwear และ Streetwear ในปัจจุบัน GORE-TEX® มีจุดเริ่มต้นจากการทดลองในห้องใต้ดิน ผ่านการเดินทางอันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ เปลี่ยนบทบาทจากเสื้อผ้ากู้ชีพบนยอดเขาสู่การขยายไอเทมมาถึงฝั่งไลฟ์สไตล์

Image Source from: GORE-TEX® Brand Studio

เทคโนโลยี GORE-TEX® คืออะไร?

GORE-TEX คือแผ่นเมมเบรน (Membrane) กันน้ำและระบายอากาศระดับนาโนที่ผลิตจากวัสดุ ePTFE (expanded Polytetrafluoroethylene) ทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสภาพอากาศ โดยถูกประกบอัดไว้ตรงกลางระหว่างผ้าชั้นนอกและซับในชั้นใน เกิดเป็นโครงสร้างวัสดุผสมที่แข็งแกร่งและทรงประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี GORE-TEX อยู่ที่โครงสร้างระดับไมโครสโคป ซึ่งประกอบด้วยรูพรุนขนาดเล็กนับ 9,000 ล้านรูต่อหนึ่งตารางนิ้ว ทำให้สามารถบล็อกน้ำจากภายนอกและระบายเหงื่อจากภายใน ซึ่งประสิทธิภาพของเทคโนโลยีแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน เพราะก่อนหน้าปี ค.ศ. 1969 วงการเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันฝนถือว่าคุณสมบัติสองประการนี้ “ไม่มีทางเกิดขึ้นพร้อมกันได้”

การกำเนิดของเมมเบรน ePTFE จึงเป็นการทลายข้อจำกัดทางกายภาพเดิม ๆ ส่งผลให้เสื้อแจ็คเก็ตกันฝนสามารถกันฝนตกใส่จากภายนอก พร้อมกับขับเหงื่อออกไปด้านนอกได้พร้อมกันในเวลาเดียว กลายเป็นมาตรฐานที่ใช้วัดประสิทธิภาพของเสื้อผ้าฟังก์ชันและอุปกรณ์เอาต์ดอร์มาจนถึงปัจจุบัน

GORE-TEX® ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อไหร่และใครเป็นคนริเริ่ม

Image Source from: The New York Times

ท่อนก่อนหน้าเราอาจจะหนักทางวิทยาศาสตร์ไปหน่อย แต่ขอปูเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจตรงกัน GORE-TEX ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1969 โดยวิศวกรเคมีชื่อว่า Robert “Bob” Gore ขณะกำลังทำงานอยู่เพียงลำพังในห้องทดลองของบริษัท W.L. Gore & Associates โจทย์ในการทดลองแรกของ Bob Gore ในขณะนั้นคือการยืดขยายสารโพลีเมอร์ชนิดแข็งที่เรียกว่า PTFE (Polytetrafluoroethylene) เพื่อนำไปทำเทปพันเกลียวท่อประหยัดต้นทุน แต่ไม่ว่าจะพยายามทดลองเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังไม่ได้อย่างที่ใจหวัง

ด้วยความหงุดหงิดและหมดความอดทน เขาจึงตัดสินใจกระชากแท่ง PTFE อย่างรวดเร็วและรุนแรง แทนการยืดวัสดุอย่างช้า ๆ ผลลัพธ์ที่ได้กลับขัดกับหลักทฤษฎีเดิมอย่างสิ้นเชิง เกิดเป็นวัสดุโครงสร้างรูพรุนน้ำหนักเบาชนิดใหม่ที่เรียกว่า ePTFE

Image Source from: GORE-TEX®

หลังจากการค้นพบ Bob Gore ได้นำแผ่นเมมเบรน ePTFE นี้มาประกบอัดชั้นเข้ากับผ้าไนลอนและผ้าโพลีเอสเตอร์ เพื่อสร้างเป็นผ้าฟังก์ชันที่กันน้ำและระบายอากาศได้ในเวลาเดียวกัน เขาจึงยื่นจดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ

เพื่อแนะนำผ้าชนิดใหม่นี้ให้โลกได้รู้จัก Joe Tanner ตัวแทนจาก W. L. Gore & Associates ได้เดินทางไปพบกับ Bill Nicolai และ Bill Edwards สองผู้ก่อตั้ง Early Winters บริษัทอุปกรณ์เอาต์ดอร์อิสระในเมืองซีแอตเทิล หลังจากขายนวัตกรรมใหม่ได้สำเร็จ แบรนด์ Early Winters ได้เปิดตัว Light Dimension™ Tent กลายเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของโลกที่ผลิตด้วยผ้า GORE-TEX® และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

Image Source from: Gripped

เมื่อขายดีเทน้ำเทท่า เสื้อผ้าและอุปกรณ์ฟังก์ชันยุคใหม่ก็ทยอยเปิดตัวตามมาติด ๆ เปลี่ยนโฉมหน้าชุดลุยสภาพอากาศเลวร้ายไปตลอดกาล อย่างเช่น GORE-TEX Jackets & Rain Shells แจ็คเก็ตกันน้ำรุ่นแรกของโลกที่ใส่แล้วไม่อบอ้าว, Anoraks เสื้อแจ็คเก็ตทรงสวมหัวน้ำหนักเบาสำหรับสายเดินทาง, Gaiters & Pants ผ้าพันแข้ง/ถุงหุ้มข้อกันโคลนหิมะ และกางเกงฟังก์ชันลุยป่า

Image Source from: GORE-TEX®

การเปิดตัวในปี ค.ศ. 1976 จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนผ้า GORE-TEX จากนวัตกรรมในห้องทดลอง ให้กลายเป็นวัสดุเปลี่ยนโลกที่นักผจญภัยทั่วโลกไว้วางใจมาจนถึงปัจจุบัน

GORE-TEX® ปฏิวัติการสำรวจธรรมชาติไปตลอดกาล

ถ้าพูดถึงภาพจำของ GORE-TEX คงหนีไม่พ้นแจ็กเก็ตสายลุย กันลม ฝน หิมะ ซึ่งบทพิสูจน์นวัตกรรมของแบรนด์มาจากการที่สองนักไต่เขาระดับตำนาน Reinhold Messner และ Peter Habeler สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกโดยไม่ใช้ออกซิเจนกระป๋องช่วยในปี ค.ศ. 1978

Image Source from: CLIMBING

ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นภายใต้ชุดที่ใช้เทคโนโลยี GORE-TEX ซึ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เมมเบรน ePTFE ไม่เพียงแต่กันลมและหิมะได้ดีเยี่ยม แต่ยังระบายเหงื่อและความชื้นจากร่างกายออกไปได้ทันที ช่วยป้องกันภาวะอุณหภูมิกายต่ำในสภาวะที่ไร้ความปรานีที่สุดในโลก

กำเนิดรองเท้า GORE-TEX® คู่แรกของโลก

ในปี ค.ศ. 1979 GORE-TEX ได้เข้าสู่วงการรองเท้าเป็นครั้งแรก โดยจับมือกับแบรนด์วิ่งระดับตำนานอย่าง Brooks เพื่อเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่น Brooks Hugger GTX นำเทคโนโลยีเมมเบรน ePTFE เข้ามาบุภายในรองเท้า ทำให้เหงื่อที่เท้าซึ่งขับออกมาขณะวิ่ง ถูกระบายออกสู่ด้านนอกได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังป้องกันละอองฝนแซึมผ่านขอบผ้าเข้ามาถึงถุงเท้าได้

Image Source from: Pinterest

นวัตกรรมนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ต่อยอดขยายวงกว้างไปสู่อุปกรณ์ยุคต่อมา ในปี ค.ศ. 1980 แบรนด์รองเท้าเดินป่าระดับตำนานอย่าง Danner ได้เปิดตัว Danner Light ซึ่งสร้างแรงสะเทือนให้กับวงการอุปกรณ์เอาต์ดอร์ด้วยการเป็นรองเท้าคู่แรกที่ใช้โครงสร้าง GORE-TEX Bootie ซับในเมมเบรนกันน้ำรูปทรงถุงเท้าที่โอบอุ้มเท้าทั้งคู่ไว้ภายในรองเท้า

ในขณะเดียวกัน Nike ได้เปิดตัวรองเท้าสไตล์ไฮกิ้งรุ่นแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี GORE-TEX มาใช้ตัดเย็บถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างทั้งสองแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ต่อยอดมาสู่ไลน์ผลิตภัณฑ์สายลุยอย่าง Nike ACG (All Conditions Gear) รวมถึงไอเทมสตรีทแวร์ระดับไอคอนิกในยุคปัจจุบัน

The North Face กับการเปิดตัว 1985 Mountain Jacket

Image Source from: GORE-TEX®

แบรนด์อุปกรณ์เอาต์ดอร์ยักษ์ใหญ่ The North Face เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกยุคแรกที่นำผ้า GORE-TEX มาประยุกต์ใช้ โดยเริ่มต้นจากรุ่น Grizzly Peak Mountain Parka ก่อนจะสร้างอิมแพกต์ครั้งใหญ่ให้กับวงการด้วยการเปิดตัว Mountain Jacket ในปี ค.ศ. 1985

Mountain Jacket สีน้ำเงินตัดเหลือง (Royal Blue & Yellow) ถูกออกแบบให้เป็นไอเทมที่สายลุยต้องใส่เลเยอร์เพื่อรองรับการปีนยอดเขาที่ท้าทายที่สุด ด้วยดีไซน์ที่เน้นโครงสร้างไหล่ที่ไร้รอยต่อ ซีลกันน้ำเต็มรูปแบบ และทรงเสื้อที่รองรับสายรัดตัวสำหรับนักปีนเขา ทำให้เสื้อตัวนี้กลายเป็นแจ็กเก็ตไอคอนิกที่ทุกคนต้องรู้จัก

1980s ยุคสมัยของการสร้างความน่าเชื่อถือ

Image Source from: GORE-TEX®

ถึงแม้ทุกคนเห็นประสิทธิภาพของ GORE-TEX จากการถูกสวมใส่ไปลุยภูเขาที่อันตรายที่สุดในโลก แต่แบรนด์ยังไม่หยุดพัฒนาอยู่แค่นั้น Bob Gore ได้สร้างห้องจำลองสภาวะฝนตก (Rain Room) เครื่องแรกของโลกขึ้นมา เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบต้นแบบเสื้อผ้าสู่ความแม่นยำระดับโหดหิน

Rain Room สามารถกระหน่ำน้ำใส่ชุดทดสอบได้สูงสุดถึง 22 นิ้วต่อชั่วโมง (558 มม./ชม.) และเสื้อผ้าทุกรุ่นที่จะใช้เมมเบรน GORE-TEX ต้องผ่านการทดสอบในห้องนี้ก่อนวางจำหน่าย กลายมาเป็นรากฐานของคำสัญญาต่อผู้บริโภคที่ว่า “GUARANTEED TO KEEP YOU DRY®” สโลแกนที่อยู่คู่กับแบรนด์มาถึงปัจจุบัน

เมื่อไฮแฟชั่นระดับลักชัวรีบรรจบกับเทคโนโลยีฟังก์ชัน

เมื่อแบรนด์ระดับไฮเอนด์ เริ่มนำเทคโนโลยีผ้าฟังก์ชันอย่าง GORE-TEX เข้ามาทดลองใช้ตัดเย็บเครื่องแต่งกายระดับไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนภาพจำจากผ้าที่ใช้เฉพาะอุปกรณ์เดินป่าหรือเครื่องแบบทหาร ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรันเวย์ระดับโลกในปี ค.ศ. 2002

Image Source from: GORE-TEX®

เริ่มต้นจากแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Hugo Boss หนึ่งในผู้บุกเบิกยุคแรกที่นำเทคโนโลยี GORE-TEX® PACLITE® เทคโนโลยีเมมเบรนน้ำหนักเบาพิเศษ พับเก็บได้เล็ก และระบายอากาศสูง โดยไม่ต้องมีชั้นซับในแยก มาประยุกต์ใช้ในคอลเลกชันไลฟ์สไตล์ ผ่านแจ็คเก็ตรุ่น Airvantage GORE-TEX PACLITE Jacket

ในปี ค.ศ. 2005 Junya Watanabe ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Comme des Garçons นำแบรนด์ GORE-TEX® เข้าสู่รันเวย์ Paris Fashion Week สะท้อนถึงการก้าวข้ามโลกจากอุปกรณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการสำรวจ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบไฮแฟชั่นในเวลาต่อมา

จุดประกายการข้ามแดนสู่สตรีทแวร์และไลฟ์สไตล์

หลังจากข้ามไปสู่โลกไฮแฟชั่น ก็ถึงเวลาของสตรีทแฟชั่นในปี ค.ศ. 2008 ซึ่งถือว่าเป็นยุครุ่งเรือง ผ่านโปรเจกต์ระดับตำนานอย่าง Supreme x Visvim ซึ่งใช้ผ้า GORE-TEX สำหรับแจ็กเก็ตตัวแรร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ GORE-TEX เริ่มปรากฏให้เห็นในเสื้อผ้า Urban Lifestyle มากยิ่งขึ้น นวัตกรรมกันน้ำและระบายอากาศถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผ่านแบรนด์ระดับโลก เช่น Nike ACG Shells, Arc’teryx Beta AR Jacket และ adidas Terrex Footwear

Image Source from: GORE-TEX®

มาจนถึงช่วงปลายทศวรรษ 2010 การหลอมรวมระหว่างวัสดุประสิทธิภาพสูงและวัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นได้ก้าวสู่จุดสูงสุด นวัตกรรม GORE-TEX ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบทางเทคนิคที่ซ่อนอยู่ข้างในเสื้อผ้าอีกต่อไป แต่กลายเป็น “องค์ประกอบทางสไตล์” ที่โดดเด่นทั้งบนรันเวย์ระดับโลกและบนท้องถนน

เดือนมกราคมปี ค.ศ. 2018 ระหว่างงาน Paris Fashion Week แบรนด์ OFF-WHITE™ ภายใต้การนำของดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคอย่าง Virgil Abloh ได้นำผลิตภัณฑ์ GORE-TEX® ขึ้นสู่รันเวย์ในโชว์คอลเลกชัน Menswear FW19

Image Source from: 10 Magazine

หลังจากสร้างแรงสะเทือนบนรันเวย์ ในปี ค.ศ. 2019 เทคโนโลยี GORE-TEX ได้โคจรมาบรรจบกับหนึ่งในโมเดลรองเท้าผ้าใบที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลอย่าง Nike Air Force 1 แก้ Pain Point สำคัญของคนรักสนีกเกอร์ ทำให้คอลเลกชันนี้ได้รับความนิยมทั้งในรุ่นข้อสั้น (Low) และรุ่นบูทข้อสูง (High Boot) ตอกย้ำว่าผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการทั้งดีไซน์ระดับไอคอนิกและการปกป้องที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ก้าวสู่ยุคใหม่ของ GORE-TEX® ePE

Image Source from: GORE-TEX®

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ด้านประสิทธิภาพมาตลอดครึ่งศตวรรษ ในปี ค.ศ. 2022 GORE-TEX ได้เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว ePE Membrane (expanded Polyethylene) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนายาวนานกว่า 10 ปี เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของยุคปัจจุบัน นั่นคือการรักษาประสิทธิภาพระดับสูงควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นคือความเบาและบางกว่าเดิม มอบความคล่องตัวในการสวมใส่ เนื้อสัมผัสนุ่ม พลิ้วไหวขึ้น และลดเสียงรบกวนขณะเคลื่อนไหว แถมผลิตโดยไม่ใส่สารเคมีบางกลุ่มเพื่อลดการตกค้างของสารเคมีที่ไม่ย่อยสลายในธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเน้นความทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย เพื่อลดขยะสิ่งทอในระยะยาว

ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของแบรนด์คร่าว ๆ ตลอด 50 ปี และเราไม่แปลกใจเลยที่แบรนด์ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนแต่ความน่าเชื่อถือที่แบรนด์สั่งสมมา ความไม่หยุดพัฒนาถึงแม้สิทธิบัตรดั้งเดิมของเมมเบรน ePTFE จะหมดอายุลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 แต่ก็ยังเข็นอะไรใหม่ ๆ ออกมาอยู่ตลอด และสิ่งสำคัญคือการก้าวข้ามจากเสื้อผ้าใส่ลุยธรรมชาติ เข้ามาผสมผสานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่สำหรับเรา GORE-TEX® ก็ยังเป็นชื่อแรกที่นึกถึงหากต้องการเสื้อผ้าที่มีประสิทธิภาพจริง แถมตอบโจทย์เรื่องความสวยงามที่พวกเราขาดไม่ได้อีกด้วย เข้าช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ใครกำลังจะออกไปสำรวจธรรมชาติ ไม่ว่าจะขึ้นเขา เดินป่า หรือแค่อยากแต่งสไตล์ Gorpcore มองหาไอเทมที่มีป้ายโลโก้รูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีดำไว้ อุ่นใจแน่นอนครับ

Image Source from: GORE-TEX Brand

SOURCE: GORE‑TEX, THE NORTH FACE, HYPEBEAST, OPUMO, SUPREME, TRUSS, 10 MAGAZINE, @millzgp
Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save