Intro to F1 : เมื่อ LVMH เปลี่ยนสนามแข่ง F1 ให้กลายเป็น Fashion Week ระดับโลก | EP.12

ภาพจำของ Formula 1 ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมาคือการต่อสู้กันด้วยเทคโยโลยียานยนต์และคราบน้ำมัน แต่เมื่อโลกเดินทางเข้าสู่ปี 2025 เรากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า F1 ได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่ดูหรูหรา พรีเมียมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากพวกเขาได้ประกาศเป็นพันธมิตรกับยักษ์ใหญ่แห่งโลกสินค้าราคาแพงอย่าง LVMH

F1 ไม่ได้ทำแค่การเปลี่ยนป้ายสปอนเซอร์ แต่มันคือการรีแบรนด์กีฬาชนิดนี้ให้กลายเป็นเวทีไลฟ์สไตล์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ดีลครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท ซึ่งมีผลทำให้กีฬาประเภทนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งรถอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว

Image Source from: F1

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือการสิ้นสุดยุคสมัยของ Rolex ในฐานะ Global Partner และ Official Timekeeper ที่อยู่คู่สนามแข่งมาอย่างยาวนาน ถูกแทนที่ด้วย TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาในเครือ LVMH ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2025 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก เพราะในขณะที่ Rolex คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความน่าเชื่อถือแบบดั้งเดิม TAG Heuer กลับนำเสนอภาพลักษณ์ของการเป็นคนรุ่นใหม่และล้ำสมัย สอดคล้องกับแนวทางของ Liberty Media ที่ต้องการพากีฬานี้เดินไปข้างหน้า

Image Source from: TAG Heuer

รวมถึงการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่อายุน้อยลงและกว้างขึ้น TAG Heuer ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกเวลา แต่ยังทำงานร่วมกับฝ่ายเทคนิคของ F1 เพื่อสร้างระบบ Telemetry Synchronization ที่แสดงความแม่นยำระดับมิลลิวินาทีผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ พร้อมเปิดตัวนาฬิกาซีรีส์พิเศษ F1 75th Anniversary เพื่อฉลองวาระครบรอบของกีฬาชนิดนี้ในปี 2025 อีกด้วย

Image Source from: Adobo Magazine

นอกจากนี้ถ้าหันไปมองบนโพเดียมเวลาที่นักแข่งขึ้นมารับรางวัล ทุกคนน่าจะได้เห็น Moët & Chandon หรือแบรนด์ในเครือ Moët Hennessy ที่ได้เข้ามาแทนที่ Ferrari Trento ซึ่งมันคือการปิดฉากยุคของ Sparkling Wine จากอิตาลี และคืนความหรูหราของแชมเปญฝรั่งเศสให้กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองอีกครั้ง

Image Source from: FashionPress.it

เหตุผลที่ LVMH ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อยึดพื้นที่ใน F1 ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการวางแผนมาอย่างตั้งใจ โดยเริ่มต้นจากการเข้าถึงฐานแฟนกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงและวัยรุ่น Gen Z ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาลผ่านอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย และสารคดี Drive To Survive การที่มีโลโก้ Louis Vuitton อยู่บนหีบถ้วยรางวัล หรือการที่ Celine หรือ Dior ไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของนักแข่ง สำหรับ LVMH มันคือการฝังภาพลักษณ์ของแบรนด์เข้าไปในความตื่นเต้นและความสำเร็จของบุคคลเหล่านั้น

Image Source from: F1 Experience

ต่อเนื่องด้วยการขายประสบการณ์แบบ Ultra Luxury เพราะในสนามแข่งใหญ่ ๆ อย่าง Las Vegas, Miami หรือแม้แต่ Singapore ทาง LVMH ได้เปลี่ยนพื้นที่แพดด็อกให้กลายเป็นคลับระดับโลกที่รวมเอาแขกระดับ VVIP มาไว้ด้วยกัน พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อดูการแข่งขันกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่มันคือพื้นที่สำหรับสร้างคอนเนกชันทางธุรกิจท่ามกลางบรรยากาศที่คุณหาจากที่อื่นไม่ได้ โดย LVMH ได้ยกระดับราคาบัตร Paddock Club ในสนามหลักให้สูงถึง 8,000 – 12,000 ดอลลาร์ต่อใบ เพื่อแลกกับประสบการณ์ Fine Dining ที่จัดโดยเชฟระดับมิชลิน เสิร์ฟเครื่องดื่มระดับตำนานอย่าง Veuve Clicquot หรือ Dom Pérignon ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเข้าพื้นที่รับรองวีไอพีเติบโตขึ้นกว่า 20% จากปีก่อนหน้า

ในปี 2026 Paddock Walk ได้กลายเป็นรันเวย์ที่มีมูลค่าทางสื่อสูงขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากนักแข่งอย่าง Lewis Hamilton ที่ตอนนี้อยู่กับทีม Ferrari กลายเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นสปอตไลต์ ทุกครั้งที่นักแข่งหรือเหล่าแขก VVIP เดินเข้าสนาม มักจะถูกจับจ้องด้วยช่างภาพสื่อแฟชั่นมากกว่าช่างภาพข่าวกีฬาอย่างชัดเจน การสวมใส่สินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ยังไม่มีวางจำหน่าย กลายเป็นเรื่องปกติของ F1 ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ LVMH สามารถสร้างกระแสไวรัลได้สม่ำเสมอ และยังทำให้ของที่ระลึกจากทีมแข่ง ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงเสื้อยืดทีมแข่งธรรมดา สู่การเป็นสินค้าลิมิเตดที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นจากปกติ แต่กลับขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน

Image Source from: F1 Paddock Club

บทสรุป

การจับคู่กันระหว่าง ที่สุดของวิศวกรรมยานยนต์ และที่สุดของสุนทรียศาสตร์ คือภาพที่ชัดเจนที่สุดของ F1 ในปี 2026 และมันได้พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกของความเร็วไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามแข่งอีกต่อไป แต่มันอยู่ในทุกมิติของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและหรูหราอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ในปัจจุบัน

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save