Intro to F1 : FIA vs Liberty Media: เบื้องหลังสัญญา Concorde 2026 ที่เปลี่ยนโฉมหน้า Formula 1 | EP.10

หากเปรียบความสัมพันธ์ของ FIA และ Liberty Media แบบเห็นภาพชัดที่สุด มันคือความสัมพันธ์แบบเจ้าของตึก (FIA) ผู้ซึ่งคุมกฎระเบียบต่าง ๆ ทั้งความปลอดภัย ความขลัง หรือเรื่องราวของสถานที่ กับผู้เช่า (Liberty Media) ที่เข้ามาบริหารพร้อมพัฒนาตึกนี้ นำเงินมาลงทุนรีโนเวต จัดอีเวนต์เพื่อดึงดูดลูกค้า และเป้าหมายสำคัญคือการทำกำไรที่สูงที่สุดจากการบริหารงาน

สถานการณ์เจ้าของ-ผู้เช่าแบบนี้ ไม่แปลกที่จะก่อเกิดสงครามเย็นภายในองค์กร หากย้อนไปในยุคของ Bernie Ecclestone และ Max Mosley เราจะได้เห็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายจากการที่ FIA ตกลงที่จะมอบอำนาจในการบริหารเชิงพาณิชย์ให้เป็นเวลาถึง 100 ปีแลกกับเงินเพียงแค่ 313 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมันได้กลายเป็นกับดักที่ทำให้ในปัจจุบัน FIA ต้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและรักษาความปลอดภัย แต่กลับได้รับส่วนแบ่งอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับกำไรที่ Liberty Media สร้างมาได้จากการขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก

from the left Bernie Ecclestone and Max Mosley
Image Source from: AutoHebdoF1

ความรู้สึกเสียเปรียบคงเป็นสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นอยู่ในใจของ Mohammed Ben Sulayem ประธาน FIA คนปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าเขาพยายามลุกขึ้นมาทวงอำนาจและศักดิ์ศรีขององค์กร จนกลายเป็นการต่อสู้กันทางนโยบายที่รุนแรงอย่างมากในวงการรถแข่ง

Mohammed Ben Sulayem
Image Source from: Türkiye Today

สำหรับ Liberty Media ในฐานะผู้เข้ามาลงทุน ความสำเร็จของพวกเขามันวัดได้จากตัวเลขที่เห็นเป็นรูปธรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ยอดผู้ชมผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ การขยายสนามแข่งไปยังเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นลาสเวกัสหรือไมอามี และจำนวนสปอนเซอร์หน้าใหม่ที่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้ชื่อตัวเองเข้ามาอยู่ในการแข่งขัน F1 พวกเขาต้องการให้ F1 เป็น “The Greatest Show on Earth” ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงและสามารถสนุกกับมันได้ง่าย

ในทางกลับกัน FIA ที่บอกว่าตัวเองคือองค์กรไม่แสวงหากำไร กลับมองว่าการทำแบบนี้มันปาหี่ เป็นการทำงานที่เน้นโชว์มากเกินไป มันกำลังทำให้คุณค่าและศักดิ์ศรีของการแข่งรถลดลงไปอย่างมาก ซึ่ง FIA ต้องการเน้นไปที่ความยุติธรรมของกฎระเบียบ มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อรักษาแก่นแท้ของกีฬาเอาไว้

F1
Image Source from: F1

เราจะเห็นได้จากการจัดแข่งขันที่มีการเพิ่ม Sprint Race ในหลายสนาม หรือจัดตารางแข่งที่ FIA มองว่ามันแน่นจนเกินไป ส่วนในมุม Liberty Media สิ่งเหล่านี้คือการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพื่อยอดเงินที่จะได้รับเข้ามา แต่ FIA มองว่าเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับเจ้าหน้าที่และทีมงานผู้ดูแลการแข่งขัน

The Cadillac Formula 1® Team
Image Source from: Cadillac

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 องค์กรที่เรียกได้ว่าแย่อยู่แล้ว กลับแย่ลงไปอีกคือการมาของ Andretti Global อาณาจักรทีมแข่งรถที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดทีมหนึ่งของโลก จับมือกับค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกันอย่าง Cadillac เพื่อเข้ามาเป็นทีมที่ 11 ในโลกของ F1 โดยมี Mohammed Ben Sulayem ประธาน FIA ออกตัวสนับสนุนอย่างเต็มที่และไฟเขียวผ่านตลอดในขั้นตอนทางเทคนิค เพราะเขามองว่า F1 ควรมีทีมเพิ่มขึ้นเพื่อความหลากหลายและทีมอเมริกันทีมนี้มีศักยภาพมากพอที่จะส่งผลดีต่อ F1 ในภาพรวม ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของ FIA ในการพัฒนากีฬาที่พวกเขาดูแลอยู่

Sergio “Checo” Pérez and Valtteri Bottas
Image Source from: Cadillac

แต่ฝั่ง Liberty Media และทีมเดิมทั้ง 10 ทีม กลับร่วมมือกันคัดค้านอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลที่ว่าทีมใหม่จะเข้ามาลดทอนมูลค่าของทีมที่มีอยู่เดิม พูดง่าย ๆ ก็คือกลัวว่าจะได้เค้กในส่วนของตัวเองเล็กลงแหละ การที่ฝั่งหนึ่งอนุมัติแต่อีกฝั่งหนึ่งคัดค้านก็บันเทิงล่ะงานนี้ เพราะมันคือการประกาศต่อสาธารณะว่าใครกันแน่คือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงที่สุดในโลกนี้ และตอกย้ำว่าทั้ง 2 องค์กรนี้พูดกันคนละภาษา ซึ่งในส่วนของผลลัพธ์ ทุกคนคงได้รู้กันไปแล้วว่าเป็นอย่างไร ผู้เขียนก็ขอยินดีกับแฟน ๆ ของ Checo และ Bottas ที่ได้เห็นพวกเขากลับมาร่วมกันแข่งขันอีกครั้ง

ความเดือดของการชิงอำนาจในครั้งนี้จะเห็นได้ชัดจากพฤติกรรมของ Mohammed Ben Sulayem (ใครก็ได้ตัดเน็ตเขาที) เพราะเขามักจะออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อหรือโซเชียลมีเดีย ในประเด็นที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางธุรกิจ อย่างเช่น ประเด็นเรื่องการประเมินมูลค่าราคาขายกิจการ F1 ที่เขามองว่าสูงเกินจริง จนเกือบจะฟ้องร้องกันเอง

Signing of 2026 Concorde Governance Agreement
Image Source from: Corp.Formula1

อย่างที่ทุกคนรู้ว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ (เหรอ) เพราะในวันที่ 12 ธันวาคม 2025 เกิดการลงนามรับรองสัญญา Concorde 2026 (ฉบับที่ 9) อย่างเป็นทางการโดย FIA – Liberty Media และ ทีมทั้ง 11 ทีม ซึ่งคือสัญญาพื้นฐานที่กำหนดทิศทางทั้งด้านการเงิน การปกครองและกติกาของ F1 มีระยะสัญญาครอบคลุมถึงปี 2030 เลยทีเดียว

จุดที่น่าสนใจจากการทำสัญญาในครั้งนี้คือ การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นผ่านการลดเกณฑ์จำนวนเสียงโหวตที่จำเป็นลง เพื่อให้การตัดสินใจในเรื่องเร่งด่วนหรือการแก้ไขกติกาทำได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ถูกผูกขาดจากทีมใหญ่เพียงไม่กี่ทีม และ FIA สามารถเจรจาขอส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปลงทุนในระบบการตัดสิน การจัดการการแข่งขัน และทีมเทคนิค เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากรที่เคยมีกับฝั่ง Liberty Media ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบด้านเพดานงบประมาณ ให้มีความยืดหยุ่นในส่วนของสวัสดิการพนักงานและค่าครองชีพ เป็นต้น

ถึงแม้ว่าหน้าสัญญาฉบับใหม่จะลงชื่อกันครบทุกฝ่ายแล้ว แต่เอาจริง ๆ การชิงอำนาจ มันก็ยังไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนรูปแบบจากการสาดกันผ่านสื่อ มาเป็นการทำงานร่วมกันภายใต้ความตึงเครียดที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์กับวงการมากขึ้น เราจึงเห็นภาพในการผลักดันกฎเครื่องยนต์ใหม่ที่ใช้ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงยั่งยืน 100% ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ร่วมที่ทั้งสององค์กรตระหนักว่า หากไม่ช่วยกันผลักดันให้รอด F1 ก็อาจจะไม่มีอนาคตในโลกยุคใหม่ หรือการยอมรับทีมที่ 11 เข้ามาก็คือบทสรุปการยอมถอยคนละก้าว โดย Liberty Media ยอมลดส่วนแบ่งเค้กลงเพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดอเมริกาที่มากกว่าเดิม ในฝั่งของ FIA ก็ลดความตึงลงเพื่อแลกกับงบประมาณที่มากขึ้นและมั่นคง

บทสรุป

ดังนั้น Concorde Agreement 2026 จึงไม่ใช่แค่กระดาษสัญญา แต่มันคือการเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของทั้ง 2 องค์กรที่จะทำให้ F1 ก้าวเข้าสู่ยุค Pop Culture ได้อย่างเต็มตัว โดยมีรากฐานทางการเมืองที่นิ่งที่สุดในรอบหลายทศวรรษครับ

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save