FORD TRIO วงดนตรีที่สร้างนิยามใหม่ของ ‘ซาวนด์แบบไทย ๆ’ และแนวดนตรี ‘NEO THAI FUNK’

FORD TRIO วงดนตรีไทยร่วมสมัยที่เชื่อมความเป็นไทยเข้ากับแรงบันดาลใจจากทั่วโลก โดดเด่นด้วยซาวนด์อันเป็นเอกลักษณ์และการผสานกลิ่นอาย Neo Soul, Alternative Rock และ Psychedelic จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่พวกเขาเรียกว่า Neo Thai Funk พร้อมการแสดงสดชวนโยกที่สร้างฐานผู้ฟังอันเหนียวแน่นในนาม ลัทธิคอไก่

FORD TRIO

จุดเริ่มต้นของวงนั้นเรียบง่ายและไม่ได้แตกต่างจากวงอื่น ๆ สักเท่าไหร่ ฝอด (ร้องนำ/กีตาร์), หมอ (เบส), เจมส์ (กลอง) เพื่อน 3 คน เล่นเครื่องดนตรี 3 ชิ้น เรียนสาขาแต่งเพลงด้วยกันในรั้วมหาวิทยาลัย ฟอร์มวงขึ้นมาเพราะต้องการเล่นเพลงที่พวกเขาทำระหว่างเรียน และอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง

พวกเขาเริ่มปล่อยผลงาน ‘Rain Therapy – EP’ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้ไปเล่นเทศกาลดนตรีต่าง ๆ จนกระทั่งเรียนจบ ตอนแรกพวกเขามีความคิดที่จะแยกย้ายกันไปตามเส้นทาง แต่จุดเปลี่ยนแรกของวงคือการได้เข้ามาร่วมงานกับค่าย Crazy Mondae (NewEchoes ในปัจจุบัน) นำพาให้วงได้เดินในเส้นทางดนตรีต่อมาจนถึงปัจจุบัน

“พวกเราได้เข้ามาทำงานร่วมกับค่าย ได้เจอกับ พี่เหลิม (Seal Pillow, GYMV) แกรู้สึกว่าอยากจะช่วยพัฒนาซาวนด์ของวงเราให้เอาไปขายต่างประเทศได้มากขึ้น ทีนี้วิธีการทำงานหรือแนวคิดของพวกเราก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยครับ”

จากวงที่ไม่ได้มีเป้าหมายชัดเจน กลับกลายเป็นตอนนี้วงมีจุดมุ่งหมายที่อยากจะไปให้ถึงแล้ว แต่ด่านแรกที่พวกเขาต้องเจอคงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘กำแพงภาษา’ แต่วงก็ยึดมั่นที่จะแต่งและร้องเพลงภาษาไทยต่อไป

“เราเองก็พราวด์ในการแต่งเพลง ร้องเพลงเป็นภาษาไทยอยู่แล้ว แต่ถ้าพวกเรายึดมั่นที่จะไปต่อในเวย์นี้ เราสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง ทำให้การทำเพลงของยุคนั้นมันจะมีชั้นเชิงดนตรี เมโลดี้ที่มันเข้าใจง่ายมากขึ้นครับ”

ประกอบกับการที่ FORD TRIO ได้มีโอกาสไปโชว์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของวงเลยก็ว่าได้ “ตอนนั้นพวกเราก็เอา setlist เพลงปกติที่เล่นที่ไทยไปแสดง มันก็มีทั้งดีและไม่ดีครับ พวกผู้ฟังญี่ปุ่นก็ไม่ได้เข้าใจภาษาไทยเหมือนที่ผู้ฟังไทยเก็ต หลังจากโชว์นั้นเราก็กลับมาทำการบ้านกันอย่างหนัก”

จากผลงานเพลงชุดแรกที่แนวดนตรีจะไปทาง Pop, Soul-Funk ผสมผสานกัน พวกเขาจึงกลับมาทบทวนตัวเองว่า ถ้าจะทำเพลงเพื่อไปให้ถึงระดับโกลบอลจริง ๆ พวกเขาต้องมีกิมมิกที่ไม่เหมือนใคร “เราก็กลับมามองวงตัวเองว่าวงของเราเป็นใครในแมปดนตรีโลก ถ้าเราเป็นวงดนตรี Soul-Funk โห มันมีเยอะมากเสียจนเรารู้สึกว่าที่เป็นมันยังโดดเด่นไม่พอ”

“ผมรู้จักและชื่นชอบวง Khruangbin (เครื่องบิน) ที่เอาไวบ์ของเครื่องดนตรีไทยไปผสมกับ Psychedelic จนสามารถสร้างซีนคนที่ชอบฟังดนตรีแนว Thai Funk-Psychedelic ตอนนั้นรู้สึกว่าเมโลดี้ที่พวกเขาเล่นมันเป็นอะไรที่พวกเราก็เล่นได้อยู่แล้ว เลยได้แรงบันดาลใจและกล้าที่จะใส่ซาวนด์แบบไทย ๆ เข้าไปในผลงานของเราครับ”

“ถึงแม้เราจะใส่ ‘ซาวนด์แบบไทย ๆ’ เข้าไปแต่เราก็ไม่ได้ทำดนตรีย้อนยุคแบบ Thai Funk ซะทีเดียว เราก็มีการผสมผสานสิ่งที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็น approach ของดนตรี Electronic, Alternative Rock ผลงานของเราเลยไม่ได้ออกมาเป็น Thai Funk แบบที่คนอื่นเขานิยามกัน”

“พวกเราเลยนิยามกันเองว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคือแนวดนตรี ‘Neo Thai Funk’ ละกันครับ”

FORD TRIO ผ่านการเปลี่ยนผ่านทั้งวิธีคิด กระบวนการทำงาน จนมาถึงสมาชิกที่ตอนนี้คือพี่ฝอดและพี่หมอ แต่เอกลักษณ์เดิมที่ไม่เคยหายไปแต่กลับพัฒนายิ่งขึ้นนั่นคือการแสดงสด

อย่างที่เราเกริ่นไปว่าพวกเขาไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องซาวนด์ แต่การแสดงสดยังพาผู้ชมโยกจนเกิดเป็น ‘ลัทธิคอไก่’ ลัทธิที่แฟนคลับสร้างขึ้นมาจากพฤติกรรมเวลาได้ไปชมไปฟังการแสดงของวง “คำว่าคอไก่มันมาจากแอคชันของดนตรี Funk นี่แหละครับ เวลานักดนตรีเล่นหรือผู้ชมที่ฟังมันจะมีการโยกคอที่เหมือนไก่ ทีนี้แฟนคลับวงก็พากันเรียกตัวว่าเองว่าเป็นลัทธิคอไก่ขึ้นมา มีการทำสัญลักษณ์มือเป็นไก่ อะไรอย่างเนี่ย เลอะเทอะกันไปเรื่อยทั้งคนเล่นคนฟัง ฮ่า ๆๆๆ ถือว่าเป็นการสื่อสารกับผู้ชมครับ”

Image Source from: FORD TRIO

ไม่ใช่เพียงแค่คอไก่ แต่การ improvise ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของวงที่ทำให้ Live Performance ครบรสมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดนี้มันก็มาจากการที่วงเลือกจะไม่เปิด data (คือ เสียงดนตรีและเสียงร้องประสานที่ถูกบันทึกไว้ล่วงหน้า เพื่อเปิดประกอบการเล่นดนตรีสด ช่วยเติมเต็มเสียงเครื่องดนตรีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น)

“มันจะมีอยู่ยุคหนึ่งที่พวกเราตั้งคำถามกันว่าจะทำยังไงให้การเล่นสดของเราดีที่สุด เราจะเปิด data ไหม แต่คำตอบคือ ไม่อยากเปิดครับ”

“จริง ๆ การเปิด data มันดีนะครับ แต่ถ้าเราไม่เปิดแล้วมันดีกว่ายังไง ทีนี้พวกเราก็หาคำตอบกันหนักเลย จนพบว่าการไม่เปิดเนี่ยทำให้เรามีจังหวะได้ improvise มากกว่าเดิม บางท่อนเราจะยืดให้ยาวเท่าไหร่ก็ได้ หรือถ้าคิดจะทำอะไรก็ผู้ชมก็สามารถทำได้เลย มันสร้างโอกาสให้เราพลิกแพลงได้มากขึ้นครับ ถึงแม้บางครั้งจะเกิดผลแบบไม่ดีบ้าง แต่มันก็เป็นการดึงเสน่ห์ของการเล่นสดออกมา”

จุดนี้แหละจึงกลายเป็นจุดแข็งของวงอย่างไม่ต้องสงสัย การที่พวกเขาสามารถส่ง energy มาถึงผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้วงเจอแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน ส่งผลมาถึงวิธีการสร้างผลงานในปัจจุบัน

“ผมก็คิดเอาเองนะว่าจุดเด่นของพวกเราคือการแสดงสด ถ้าอย่างนั้นเราก็อยากให้คนที่ฟัง audio อยู่ที่บ้านได้สัมผัสบรรยากาศและรู้สึกเหมือนเรากำลังเล่นสดให้ฟัง อย่างผลงานล่าสุดของพวกเรา ‘YANT – EP’ เราก็เรียบเรียงเพลงแบบตอนเล่นสด บันทึกเป็นแทร็กให้ทุกคนได้ฟังเลยครับ”

อีพีนี้นอกจากวิธีการสร้างสรรค์ผลงานจะเปลี่ยนไป การนำเสนอผลงานของวงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน พวกเขาได้สร้างคอนเซปต์ ‘พิธีกรรม’ สำหรับการทำ Live Session ของอีพีนี้ ชื่อว่า ‘PLUK SEK SESSION’ ถ่ายทอดวิชันของวงที่มากกว่าแค่ดนตรี ผสมผสาน Performance Art ทำให้มีนักเต้นประกอบโชว์อยู่ตลอดเวลา

“พอได้ทำ ‘PLUK SEK SESSION’ พวกเราก็ชอบกันมากเลยครับ อยากจะนำมาต่อยอดในการแสดงสดของเราต่อ ๆ ไปได้ จึงเกิดเป็น ‘PLUKSE. SERVICE’ โชว์ที่ไม่ได้มีแค่เพลงจาก ‘YANT – EP’ เท่านั้น แต่มีเพลงอื่นร้อยเรียงเรื่องราว เหมือนผสมผสานกับศาสตร์การแสดงละครอีกทีครับ”

“การจะทำโชว์ในรูปแบบที่เต็มขนาดนี้ต้องแลกมาด้วยการทำงานที่ยากขึ้น จากการที่แค่เล่นดนตรี ทำเซตเพลงให้ดี ต่อเพลงให้เนียน เปลี่ยนเป็นต้องเล่าเรื่องราวแบ่งองก์เหมือนภาพยนตร์ แต่โชว์ยังต้องสนุก คนฟังยังได้ฟังเพลงที่อยากฟัง”

“การจัดการบนเวทีก็ยากขึ้นครับ เพราะเรามีทั้งนักเต้น Performance Art, ศาลเจ้ากลางเวที Installation Art, มีจอด้านหลังโดย Visual Designer, Lighting Designer มาช่วยจัดไฟ ทั้งหมดไปพร้อมกันเหมือน production คอนเสิร์ตเดี่ยว ตอนเล่นโชว์พวกเราก็สนุกกันมากครับ แต่หลังบ้านก็เพิ่มความยากขึ้นมาเช่นกัน”

THE ECHO OF THAI SOUND

ตลอดระยะเวลา 8-9 ปีของ FORD TRIO เราจะเห็นว่าพวกเขาผ่านจุดเปลี่ยนมามากมาย แต่สำหรับการเข้าร่วมโปรเจกต์ ‘THE ECHO OF THAI SOUND’ จากการผนึกพลังของ Marshall Livehouse, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ

‘THE ECHO OF THAI SOUND’ สร้างขึ้นเพื่อค้นหาและสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิด เสียง และทิศทางเป็นของตัวเอง พร้อมพาพวกเขาเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือก การเวิร์กชอปกับผู้เชี่ยวชาญ การสร้างผลงาน ไปจนถึงการแสดงบนเวทีจริง และต่อยอดไปสู่ประสบการณ์ระดับนานาชาติ โดยนอกจาก FORD TRIO ยังมีอีก 5 ศิลปินที่เข้าร่วม ได้แก่ OFFICE SYNDROME, THE HYMMAPAN ELECTRON, NIXSA JINGLE, FORDECISION, RATTANAKOSIN BREAKIN CREW

“FORD TRIO เดินทางมาถึงปีที่ 9 ก็จริง แต่พวกเราก็ทำกันมาแบบไม่มี know-how ก็ว่าได้ ทำกันมาเรื่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางตามใจตัวเอง บางทีพวกเราก็อยากกลับมาตั้งคำถาม ทบทวนกับสิ่งที่เราทำกันมา ซึ่งโปรเจกต์นี้ก็ช่วยให้กลับมาคิดอย่างจริงจัง แล้วก็ได้แชร์ความคิดกับพี่ ๆ วงอื่นที่มีเส้นทางต่างกันด้วย”

“สำหรับเวิร์กชอปกับ mentor ระดับอาจารย์อย่าง ‘โอม ปัณฑพล’ ก็สนุกมากครับ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการแลกเปลี่ยน know-how กันนี่แหละครับ เพราะว่าการเป็นศิลปินมันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว ความรู้มันมาจากประสบการณ์มากกว่า ซึ่งพี่ ๆ ก็แชร์กันอย่างจัดเต็มเลยครับ”

“ส่วนกับพี่ ‘Maft Sai’ ผมก็ได้รู้แนวคิดการส่งออกซาวนด์แบบไทยของเขา เพราะพี่เขาเป็นดีเจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีซาวนด์ของตัวเองที่อยู่ในแมปโลกดนตรีจริง ๆ ก็นำมาปรับใช้กับวงเราได้โดยตรงเลยครับ”

พอเราถามพี่ฝอดถึงแนวทางในอนาคตหรือเป้าหมายของวงก็ได้คำตอบมาว่า “เราจะพยายามปั้นคำว่า ‘Neo Thai Funk’ ให้เป็น genre จริง ๆ ถ้าเปิดแผนที่โลกแล้วมองมาที่ประเทศไทย เฮ้ย มันมี T-Pop แล้วก็มี T-Funk ว่ะ แต่ว่าเป็น Neo Thai Funk นะครับ”

โดยโชว์จบการศึกษาปิดท้าย ‘THE ECHO OF THAI SOUND’ จะเป็นการร่วมกันเเสดงในคอนเสิร์ตเต็มรูปเเบบที่ Marshall Livehouse พร้อมด้วยเซอร์ไพรส์จากศิลปินระดับตำนานที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองอีกหนึ่งก้าวสำคัญของดนตรีไทยร่วมกัน สำหรับวัน เวลา และรูปแบบ รอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของ Marshall Livehouse Instagram: @marshalllivehouse และ Facebook: Marshall Livehouse

FORD TRIO: ฝากผลงานต่อไปของ FORD TRIO มาปลดปล่อยพลังงาน ปลดปล่อยความเครียด ผ่านโชว์ของพวกเรากัน รวมถึงโชว์ปิดท้ายโปรเจกต์ของทุกวงด้วยนะครับ

ช่องทางการติดตามของ FORD TRIO:

Facebook : https://www.facebook.com/fordtrio
Instagram : https://www.instagram.com/ford_trio
Youtube : https://www.youtube.com/@fordtrio

Special Thanks: Marshall Livehouse, Ford Trio, NewEchoes

Photographer, Videographer, Editor: Supasin Daungkrajung

Producer: Thanaporn Nithakorn

Creative & Author: Tanatorn Thitipipatchai

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save