หลังจากที่เราพูดถึงเรื่อง Vans กัน และมีเกริ่นถึงดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ไปแล้ว วันนี้ S4S ขอพามาเจาะลึกดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง ‘Greg Betty’ ดีไซเนอร์หนุ่ม ผู้พลิกโฉมแบรนด์ดังมากมาย ที่ถึงแม้ชื่อของเขาอาจไม่ได้ดังเป็นวงกว้าง แต่หากพูดในวงสนีกเกอร์แล้วละก็เขาถือเป็น In-House Designer ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Vans ในช่วง 3 ปีหลังนี้เลย (2023 – 2026) แถมยังเป็นผู้ผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ จนเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าฝีมือไม่ธรรมดาแน่นอน
Greg Betty จบการศึกษาจาก The City College of New York (CCNY) สาขา Bachelor of Arts (B.A.), Digital Communication and Media/Multimedia ในปี 2016 เป็นมหาวิทยาลัยในเครือ City University of New York ที่ถูกขนานนามว่า ‘Harvard ของชนชั้นแรงงาน’ ที่โดดเด่นเรื่อง Art เป็นอย่างมาก
เขาเริ่มต้นอาชีพแรกด้วยการเป็น Graphic Designer (Freelance) ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ พอเรียบจบเขาได้หาประสบการณ์จากการเป็น Sales Specialist/ Womens Stylist ที่ rag & bone (2016 – 2018) ก่อนจะเข้าไปเป็น Assistant Creative Director/ Designer ที่ 10Deep Clothing Inc. แบรนด์สตรีทแวร์จากนิวยอร์กอยู่ 1 ปี (2017 – 2018) โดยรับผิดชอบในการออกแบบคอลเลกชันเสื้อผ้า ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ รวมไปถึงวางแผนในการ PR ให้กับแบรนด์ และผลิตคอนเทนต์อยู่
หลังจากนั้นได้ย้ายเข้าไปทำที่ KITH ในตำแหน่ง Senior Graphic Designer (2018 – 2022) สำหรับ Special Collaborative Projects และ Monday Program ออกแบบกราฟิก ลวดลาย และโลโก้สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายและหญิง ในขณะเดียวกันก็ประสานงานกับโรงงานจนเข้าสู่กระบวนการผลิต รวมถึงวางแผน PR ร่วมกับ Ronnie Fieg และทีมงานคนอื่น ๆ เพื่อกำหนดทิศทางให้กับแบรนด์ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชันทั่วไป หรือคอลแลบต่าง ๆ มากมาย เช่น KITH x Vans, KITH x New Balance RC1300, KITH x Simpson, KITH x The GodFather, KITH x Looney Tunes และอื่น ๆ
พอเก็บประสบการณ์กับ KITH จนพอ เขาได้ย้ายเข้าไปเป็น Senior Footwear Designer Lead (Color & Trend) ให้กับ Vans Premium และ OTW by Vans (2021 – 2025) ในการดูแลการออกแบบรองเท้าที่จะวางจำหน่ายไปทั่วโลก โดยดูแลคุณภาพทุกคอลเลกชัน ไปจนถึงการทำงานของทีมออกแบบภายใน และภายนอกองค์กรให้ไปเป็นตามไทม์ไลน์ของบริษัท รวมถึงการกำหนดทิศทางของ Vans ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2023 – 2025)
เขากลายเป็นผู้มีอิทธิพลของแบรนด์ จากผลงานเหล่านี้ Vans Souvenir Series (2025), HommeGirls x Vans (2025), Satoshi Nakamoto x Vans (2024), BAPE x Vans (2024), Gallery Dept. x Vans (2023 & 2025) และอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน เขาได้นำแนวคิด ‘Niche Culture’ มาใช้ในงานดีไซน์ เพราะเชื่ออย่างสุดใจว่า “ความเฉพาะตัว” จะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่รัก และเห็นคุณค่ามัน จึงทำให้ Vans ทุกคู่ที่เขาออกแบบ มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร รวมไปถึงมีดีไซน์ที่ดิบ เถื่อน เข้าใจยากมากกว่าทั่ว ๆ ไป รวมไปถึงการที่โลกในยุคนี้ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่อะไรที่เหมือนกันไปหมด ไม่ว่าจะสไตล์การแต่งตัว แบรนด์ที่ชอบ หรือแม้แต่เพลงที่ฟัง นั่นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไม “ความเฉพาะตัว” ถึงขายได้ในยุคนี้ มากกว่าความแมส เพราะคนโหยหาการเป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น ไม่ใช่เพราะสังคมอยากให้เป็น หรือโดนหล่อหลอมให้เป็น
มาจนถึงปัจจุบันเขาได้ลาออกจาก Vans แล้วเมื่อปีที่แล้ว (2025) และได้เข้ามาทำงานให้กับ Nike ภายใต้แบรนด์ Jordan ในฐานะ Senior Principal, Streetwear Concept Design นี่ถือว่าเป็นบทบาทที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะเขาต้องกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) และทิศทางการออกแบบสินค้าทั้งหมดของแบรนด์ ซึ่งเราเริ่มได้เห็นผลงานของเขากับที่ทำงานใหม่แล้ว ผ่านรูปที่ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะเปลี่ยน Jordan ให้ไปในทิศทางไหน น่าสนใจเหมือนที่เคยทำได้กับ Vans รึเปล่า ใครที่อยากดูผลงานของ Greg Betty สามารถไปติดตามกันที่ IG @betties__ หรือเว็บไซต์ gbetty.info ได้เลย!
Source: @betties__ , gbetty.info, HYPEBEAST



































