เมื่อคุณค่าของของหนึ่งชิ้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ชื่อแบรนด์ โลโก้ หรือการดีไซน์ แล้วแก่นแท้ที่คนให้คุณค่าของเหล่านี้อยู่ที่อะไร? Tom Sachs ศิลปินชาวอเมริกัน เพิ่งสร้างความท้าทายในการตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ ด้วยการเปลี่ยนสตูดิโอของตัวเอง จำลองให้กลายเป็นร้าน Chanel แบบปลอม ๆ ขึ้นมาโดยอ้างอิงจาก 31 Rue Cambon บูติกระดับตำนานของ Chanel ที่ปารีส รวมถึงใช้ชื่อสโตร์แห่งนี้ว่า “31 Rue Cambon” อีกด้วย
ตั้งแต่ด้านหน้าร้าน ไปจนถึงกันสาด โลโก้ Double C ไปจนถึงราวจับประตู Sachs จำลองภาษาของ Chanel ออกมาได้เหมือนเป๊ะ จนแทบไม่มีใครจับตา แต่ถ้ามองลึกเข้าไปจะเห็นได้เลยว่าไม่มีอะไรเลยที่เป็นของจริง แม้แต่นิดเดียว
เริ่มกันที่คอลเลกชันเสื้อผ้า ประกอบไปด้วยชุดจำนวน 31 ชุดที่อ้างอิงจาก Coco Chanel และบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่เคยสวมใส่ Chanel โดยทั้งหมดถูกทำด้วยไม้อัด แต่มีการเปิดเผยชื่ออกมามีเพียง 10 ชุด ดังนี้
- Naomi – อ้างอิงชุดที่ Naomi Campbell สวมใส่บน Chanel runway
- Diana – อ้างอิงจากชุดของ Princess Diana
- Olivia – Olivia Rodrigo กับชุด Chanel ที่สวมใส่ไปงาน White House ในปี 2021
- Marge – Marge Simpson จาก The Simpsons
- Sofia – Sofia Coppola
- Linda – Linda Evangelista
- Elizabeth – Elizabeth Taylor
- Liza – Liza Minnelli
- Margot – Margot Bobbie ลุคในหนัง Barbie
- Mary – Mary Boone
รวมถึงชุดอื่น ๆ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมาในตอนนี้ นอกจากนั้นยังมีกระเป๋า ที่ยังจากกระดาษแข็ง และเครื่องประดับที่ทำจาก LEGO ถูกนำมาตกแต่งในร้านด้วย พูดง่าย ๆ คือทุกสิ่งในร้านดูสมจริง แต่ถูกลดทอนคุณค่าของวัสดุหรูออกไปทั้งหมด
แล้วทำไม Tom Sachs ต้องเลือก Chanel?
credit: @tomsachs
Sachs ไม่ได้เพิ่งมาสนใจ Chanel อย่างโปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความสนใจของเขาที่มีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน เขามองว่า Chanel เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในการสร้าง “แบรนด์” ที่สามารถสร้างความต้องการ และมูลค่าของวัฒนธรรมขึ้นมาได้ เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้มูลค่าของ Chanel ถูกลง แต่กำลังทดลองว่า “ถ้าหากเอาสัญลักษณ์ของความหรูหราออกจากวัสดุราคาแพง แล้วสร้างมันจากไม้อัด กระดาษ และเลโก้มุมมองที่ผู้คนมองของเหล่านี้จะยังเหมือนเดิมไหม?”
ผลงานชิ้นนี้ของ Tom Sachs ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างล้นหลามในช่วง New York Fashion Week ที่ผ่านมา จนทำให้มีการต่อแถวยาวไปจนถึงริมถนน China Town เลยทีเดียว ไม่ต่างอะไรกับคิวต่อแถวเข้าชอป Chanel ของจริงเลย ถึงขนาดจำกัดผู้ชมเข้มงวดครั้งละ 8 คน คนละ 5 นาทีก็ยังมีคนมาต่อแถว นั้นทำให้เห็นว่าไม่ว่าแบรนด์อย่าง Chanel จะถูกเปลี่ยนจุดมุ่งหมายจากการใช้วัสดุคุณภาพสูง สู่การใช้ทักษะฝีมือช่างด้วยความปราณีต ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน
สุดท้ายแล้วความหรูหรา หรือคุณค่าของของหนึ่งชิ้นที่เราให้ค่า มันอยู่ที่อะไร โลโก้ ชื่อแบรนด์ หรือวัสดุที่ใช้ หากทั้งหมดเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่เราสร้างขึ้นมาเอง แล้วสิ่งที่ทำให้ของชิ้นหนึ่งมี “คุณค่า” จริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่?
และสำหรับใครที่อยากไปชมผลงานชิ้นนี้ของ Tom Sachs ด้วยตาตัวเอง ยังสามารถไปชมกันได้ถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2026 นี้ที่สตูดิโอของ Tom Sachs ที่ 245 Center Street, New York ได้เลยครับ
Source: Tom Sachs





















