Intro to F1 : Hannah Schmitz ราชินีผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์โลกของทีม Red Bull Racing | EP.16

โลกของ F1 ในปัจจุบันที่ขีดจำกัดทางวิศวกรรมถูกเค้นออกมาจนเกือบถึงทางตัน ช่องว่างของชัยชนะไม่ได้ตัดสินกันด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์ หลักอากาศพลศาสตร์ แต่มาจากการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลในสภาวะที่มีแต่ความไม่แน่นอน ถ้าคุณลองหันไปมองเก้าอี้ตำแหน่ง Head of Race Strategy ใน Pit wall ของทีม Red Bull Racing คุณก็จะพบกับ Hannah Schmitz ที่เป็นทั้งผู้บงการยุทธศาสตร์และสมองที่สองให้กับ Max Verstappen 

Image Source from: Demorgen

เหล่านักวิเคราะห์เชิงเทคนิคทุกคนต่างรู้ดีว่า ในยุคที่กฎระเบียบทางเทคนิคเข้มงวดมาก การตัดสินใจผิดพลาดระหว่างการแข่งขันเพียงครั้งเดียว สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะช่วงวิกฤตของทีมที่ต้องตัดสินใจภายในไม่กี่วินาที บุคลิกที่เยือกเย็นของ Hannah คือปัจจัยสำคัญที่สามารถเปลี่ยนจากความพ่ายแพ้ให้เป็นถ้วยรางวัลได้ เธอถูกหล่อหลอมด้านพื้นฐานทางวิศวกรรมที่เธอหลงใหลตั้งแต่อายุเพียง 3-4 ขวบ ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเครื่องกลจาก Cambridge ในปี 2009

ระหว่างที่เธอกำลังเรียนอยู่ในรั้ว Cambridge เธอได้นำทฤษฎีการหาค่าที่เหมาะสมที่สุด (Optimization Theory) การวิเคราะห์การถดถอย (Regression Analysis) และแบบจำลองทางสถิติ (Statistical Models) มาปรับใช้จริงในฐานะหัวหน้าทีมเครื่องกลของ Cambridge University Eco Racing ผ่านรายการ World Solar Challenge ที่ออสเตรเลีย การที่ต้องคำนวณการใช้พลังงานและทรัพยากรภายใต้เงื่อนไขที่แปรปรวนกลางทะเลทราย คือบททดสอบแรกของทักษะการคำนวณเชิงกลยุทธ์ ที่เธอนำมาใช้แก้ไขปัญหากับตัวแปรที่ซับซ้อนในโลกของ F1 ทุกวันนี้

Image Source from: Bell Sport & Classic

Hannah เริ่มก้าวแรกกับ Red Bull Racing ในโรงงานที่ Milton Keynes เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกในฐานะนักศึกษาฝึกงานตำแหน่ง Modelling and Simulation Engineer และได้รับการเลื่อนตำแหน่งในปี 2011 เป็น Senior Strategy Engineer ทำงานเบื้องหลังให้กับ Sebastian Vettel พร้อมกับเป็นกลไกสำคัญในการบริหารการเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์จาก Renault สู่ Honda

Image Source from: F1

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญคือเธอได้รับการแต่งตั้งเป็น Head of Race Strategy แทนที่ Will Courtenay ที่ย้ายไปอยู่กับ McLaren บทบาทใหม่นี้คือการนำพา Red Bull เข้าสู่ยุคกฎระเบียบของปี 2026 ซึ่งเธอต้องเจอกับความท้าทายจากการที่ไม่สามารถเชื่อในดาต้าได้เท่าเดิม เพราะกฎที่เปลี่ยนไปอย่างมากจากยุคก่อนหน้านี้ เธอจึงเปลี่ยนจากการเป็นเพียงแค่ผู้ตัดสินใจด้านกลยุทธ์ มาเป็นการสร้างทีม การฝึกฝนวิศวกรรุ่นใหม่ และการเขียนโค้ด ซึ่งเธอยอมรับว่ามาตรฐานในปัจจุบันสูงขึ้นกว่ายุคตอนเริ่มต้นอาชีพอย่างมาก

Image Source from: Demorgen

ความแตกต่างของ Hannah กับวิศวกรคนอื่น ๆ คือทักษะการควบคุมอารมณ์ในสภาวะกดดัน หนึ่งในเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์คือการวางฝ่ามือคว่ำลงบนโต๊ะขณะที่กำลังสื่อสารกับนักแข่ง ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยให้เธอเสียงต่ำลง มันช่วยสร้างสร้างความน่าเชื่อถือ (Authority) ให้กับทีมในสภาวะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความสับสน

Image Source from: Red Bull

ในส่วนของห้องปฏิบัติการที่ Milton Keynes ทีมของเธอประมวลผลการจำลองนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อหาทางเลือกที่เลวร้ายน้อยที่สุด ภายใต้ความไม่แน่นอนของการแข่งขัน Hannah มองว่า EQ และ Empathy ต่อนักแข่งคือจุดสำคัญ เธอรับฟังความรู้สึกของ Max Verstappen ผ่านวิทยุสื่อสารเพื่อประเมินสิ่งที่คอมพิวเตอร์บอกไม่ได้ และใช้ความเยือกเย็นรับมือกับแรงกดดันจากโลกโซเชียลมีเดียได้อย่างสม่ำเสมอ

Image Source from: Oracle Connect

ผลงานของ Hannah คือข้อพิสูจน์ว่ายุทธศาสตร์ที่แม่นยำคือชัยชนะที่เหนือกว่าความเร็ว ซึ่งจะเห็นได้จาก

  1. Brazilian Grand Prix 2019: ในรอบที่ 53 เธอตัดสินใจยอมเสียตำแหน่งผู้นำ และเรียก Max เข้าพิทขณะมี Safety Car เพื่อแลกกับยางใหม่ แม้จะดูเสี่ยง แต่ผลลัพธ์คือชัยชนะที่ทำให้เธอกลายเป็นวิศวกรหญิงคนแรกที่ขึ้นโพเดียมรับรางวัลในนามทีม Red Bull หลังกลับจากการลาคลอด
  2. Abu Dhabi Grand Prix 2021: เรซตัดสินแชมป์โลก Hannah ตัดสินใจเปลี่ยนยางเป็น Soft อย่างรวดเร็วภายใต้ Safety Car ช่วงท้ายเกม ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้คือการบริหารความเสี่ยงที่สร้างโอกาสให้ Max แซงคว้าแชมป์ในรอบสุดท้าย
  3. Monaco Grand Prix 2022: การวางแผนเข้า Pit Stop ที่ละเอียดจนทำให้ทีมเก็บ Double Podium ท่ามกลางสนามที่แซงยากที่สุด จนได้รับคำชมจาก Helmut Marko ว่าชัยชนะครั้งนี้คือผลงานของ Hannah อย่างแท้จริง
  4. Qatar Grand Prix 2025: เธอได้โชว์ทักษะการตัดสินใจที่แม่นยำ ซึ่งทำให้ทีมได้รับชัยชนะเหนือ McLaren จนได้รับเกียรติให้ขึ้นโพเดียมอีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นตัวตึงในสายงานนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

Image Source from: Females in Motorsport

Hannah Schmitz ไม่เพียงแต่คว้ารางวัล Female Engineer of the Year 2022 แต่เธอยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในปี 2026 เมื่อสนาม Albert Park Circuit ใน Australia ประกาศนำชื่อของเธอและ Laura Muller ไปตั้งเป็นชื่อโค้งที่ 6 ในโปรเจกต์ In Her Corner เพื่อยกย่องผู้หญิงที่ขับเคลื่อนวงการวิศวกรรม

Image Source from: Demorgen

บทสรุป

ปรัชญาหลักของเธอ “If you can see it, You can be it” กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงในสายงาน STEM ทั่วโลก ชื่อของเธอถูกจารึกในฐานะผู้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ F1 จากการคำนวณตัวเลขเพียงอย่างเดียว สู่การผสมผสานระหว่างดาต้าและความนิ่งของจิตใจมนุษย์ ที่เหนือกว่าสมองกลใด ๆ จะเลียนแบบตามได้

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save