ช่วงไม่กี่เดือนนี้กระแสของ Vans เริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปช่วงหนึ่ง จากการมาของกระแสรองเท้า ทั้งสาย Running, Performance ไปจนถึง Hybrid ใน 1-2 ปีนี้ วันนี้ S4S เลยขอพามาคุยถึงเรื่องนี้กันสักหน่อยว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมคนถึงกลับมาพูดถึง Vans อีกครั้ง แล้วกระแสนี้จะทำให้ราชาของ Skate Culture กลับมาคืนชีพในวงการสนีกเกอร์ได้อีกครั้งหรือไม่?
จุดเริ่มต้นแรกต้องย้อนกลับไปในช่วงสิงหาคม ปีที่แล้ว Vans ได้เดินเกมด้วยการแต่งตั้ง SZA เป็น Artistic Director คนแรกของแบรนด์ โดยเน้นไปที่การรีดีไซน์รองเท้า และร่วมพัฒนาคอลแลบพิเศษกันในอนาคต
ยังไม่จบแค่นั้นเพราะ Vans ยังได้ทำรองเท้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีคู่เดียวในโลกให้กับ SZA ด้วยอย่าง Authentic 44 ‘Ladybug Garden’ และ ‘Temperature Ctrl’ ประดับตกแต่งด้วยอัญมณีหลากสี ไปสวมใส่ในงาน Paris Fashion Week 2026 ที่ผ่านมา รวมไปถึงยังมีอีกหนึ่งรุ่นฮิต Old Skool ถึง 3 สี โดย 5 คู่เป็นเหมือนการต้อนรับ SZA ในฐานะ Artistic Director คนแรกของแบรนด์นั่นเอง แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้กระแส และชื่อเสียงของ Vans เริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
เท่านั้นยังไม่พอ ต่อด้วยการให้ Designer อย่าง Greg Betty ดีไซน์เนอร์จากผู้อยู่เบื้องหลังในการออกแบบรองเท้าให้กับ Vans มาแล้วหลายคู่ (ปัจจุบันย้ายมาทำให้กับ Jordan Brand แล้ว) มาออกแบบ Vans Premium Old Skool 36 Souvenir ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากกระเป๋า Chanel Spring/Summer ปี 2015 มาดีไซน์ออกมาให้เป็น Old Skool 36 ที่มีสีสัน ลวดลาย ถอดแบบออกมาเหมือนกระเป๋าใบนั้นเปี๊ยบ ทำให้รองเท้าคู่นี้ปลุกกระแสของ Vans อีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงคู่อื่น ๆ ที่มาจากฝีมือของชายคนนี้เช่นกัน
พอกระแสเริ่มกลับมาแล้ว Vans ก็ไปกันต่อกับ OTW by Vans x Gallery Dept Authentic 44 ที่มีการผสมผสานความสวยคลาสสิก กับความเลอะแบบศิลปะรวมเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่คนตามหากัน
แต่จุดพีกคงหนีไม่พ้นการจับมือกับ Satoshi Nakamoto ในรุ่น OTW by Vans x Satoshi Nakamoto Era 95 Gems “Lucky Charms” ด้วยความสวยงามและดีเทลที่จัดเต็มของคู่นี้ ทำเอาวุ่นวายต่อยกันยับเพื่อแย่งรองเท้าคู่นี้กันเลยทีเดียว เป็นเหตุการณ์ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันในวงการสนีกเกอร์ช่วงหลังเท่าไหร่ จากกระแสสนีกเกอร์ที่ดรอป ๆ ไป ทำให้เหล่าสนีกเกอร์ทั้งหลายไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับรองเท้าที่ออกมาช่วงหลังสักเท่าไหร่ แต่หลังจากเจอคู่นี้ก็ทำให้กระแสแรงแบบสุด ๆ ถึงขนาดราคารีเซลพุ่งสูงไปแตะ 25 – 30k แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากเราลองมานั่งสังเกตในงานดีไซน์ตั้งแต่คู่ Vans Premium Old Skool 36 Souvenir ‘Warm Brown’, OTW by Vans x Satoshi Nakamoto Era 95 Gems ‘Lucky Charm’ ไปจนถึง OTW by Vans x Gallery Dept Authentic 44 เราจะเห็นถึงความคล้ายคลึงกัน ทั้งความดิบเถื่อน มีความเฉพาะตัวมาก ๆ มาจากแนวคิดของดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังของ Vans อย่าง Greg Betty (ปัจจุบันย้ายไปทำให้กับ Jordan Brand แล้ว) ซึ่งเขาเชื่อว่า “ความเฉพาะตัว’ จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มองเห็น และเข้าใจในความเฉพาะตัวนั้น ทำให้ Greg ไม่กลัวที่จะทำ Vans ออกมาในดีไซน์ไม่เหมือนทั่วไปที่เราเคยเห็น นั่นเป็นจุดที่ทำให้ Vans ในช่วงหลัง ๆ มีเอกลักษณ์อย่างมาก จนโดนเส้นชาว Vans อยู่ไม่น้อย
จนมาสู่การต่อยอดกระแสให้แรงต่อเนื่อง โดยการจับมือกับบอยกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง CORTIS จากค่าย HYPE Entertainment มาร่วมงาน โดยหนุ่ม ๆ ทั้ง 5 คนเลือกหยิบรุ่น Authentic มาใช้ในคอลแลบครั้งนี้ สะท้อนความเป็นตัวเองได้สมบูรณ์แบบ ทำให้กระแสของ Vans ขยายไปในวงกว้าง ทั้งเหล่าแฟนคลับของหนุ่ม ๆ เอง ทั้งในวงการเคป๊อปเอง ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ไม่ได้อยู่แค่ในวงการสตรีทแวร์และสเก็ตบอร์ดอีกต่อไป แต่ขยายไปในวงการเพลง K-POP รวมไปถึงแฟน ๆ ชาวไทยและต่างประเทศ หันมาใส่ Vans กันหมด จากการคอลแลบเพียงครั้งเดียว
บอกเลยว่าช่วงนี้การเดินเกมของ Vans น่าสนใจมาก ๆ คงต้องรอติดตามกันต่อว่าปีนี้ Vans จะสานต่อจุดนี้ต่อยังไง แต่คิดว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คิดว่ากลับมาแน่ ๆ ภายใน 1-2 ปีนี้ เราคงได้เห็น Vans ไฮป์ตามท้องถนนอีกแน่นอนน!

















































