Virgil Abloh กับ Louis Vuitton การร่วมงานที่สร้างแรงกระเพื่อมสู่วงการแฟชั่นอย่างไม่รู้จบ

Virgil Abloh ดีไซเนอร์ผู้มีวิสัยทัศน์ซึ่งงานออกแบบของเขาได้ก้าวข้ามขอบเขตดั้งเดิมของโลกแฟชั่น เขาเกิดในเมือง Rockford รัฐ Illinois จากพ่อแม่ที่เป็นผู้อพยพจากประเทศกานา และเติบโตขึ้นท่ามกลางซีนฮิปฮอปในเมือง Chicago ระหว่างที่เขาศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจาก University of Wisconsin-Madison และสถาปัตยกรรมจาก Illinois Institute of Technology เขาได้ใช้เวลาไปกับการเป็นดีเจ และเขียนบล็อคเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆ เมื่ออายุได้ 22 ปี เขาก็พบกับ Kanye West และทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่ร่วมงานกันมาตลอด Virgil Abloh ออกแบบหน้าปกอัลบั้มให้กับ Kanye West

จากนั้นก็เข้าฝึกงานกับหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำด้วยกันเพื่อเรียนรู้เรื่องการทำงานกับแบรนด์แฟชั่นชั้นสูง อิทธิพลจากงานเชิงสร้างสรรค์ที่หลากหลายเหล่านี้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแสวงหาวิธีแสดงออกในหลากหลายสาขาซึ่งมันถูกนำเสนอผ่าน “Figures of Speech” นิทรรศการที่สะท้อนผลงานช่วงกลางอาชีพนักออกแบบของเขาซึ่งจัดขึ้นที่ Institute of Contemporary Art ในเมือง Boston

ความพิเศษของ Virgil Abloh คือเขาเป็นดีไซเนอร์ที่เรียบจบในสายที่ห่างไกลจากสายงานด้านแฟชั่นมาก แต่กลับใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนด้านวิศวกรรม และสถาปัตยกรรมซึ่งทำให้เขามีความเข้าใจในเรื่องโครงสร้าง และการเลือกใช้วัสดุมาใช้ในงานออกแบบของเขาโดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของรองเท้าหรือเสื้อผ้า(deconstruction) เขานำเทคนิคนี้มาใช้ตั้งแต่หลายปีก่อนจนกลายมาเป็นหนึ่งในเทรนด์ยอดนิยมของวงการแฟชั่นในปัจจุบัน

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ และใช้ผลงานในการแสดงตัวตนอยู่หลายปี เมื่อถึงเวลาที่ Louis Vuitton ต้องมองหาตัวแทนของ Kim Jones เพื่อมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์สำหรับเสื้อผ้าผู้ชาย พวกเขาก็เลือก Virgil Abloh และนี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดครั้งหนึ่งในวงการแฟชั่น หาก Kim Jones เปรียบเสมือนผู้ที่เข้ามาปรับหางเสือตั้งทิศทางเพื่อให้ Louis Vuitton มุ่งหน้าสู่ความเป็นผู้นำในโลกแฟชั่นยุคใหม่ Virgil Abloh ก็เป็นเหมือนคนที่เข้ามาเหยียบคันเร่งให้แบรนด์พุ่งไปในทิศทางนั้นจนแบรนด์อื่นๆกลายเป็นเพียงผู้ตาม

สิ่งที่ Virgil Abloh ทำคือการต่อยอดมรดก และประวัติศาสตร์ของ Louis Vuitton โดยขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มคนรักสตรีทแฟชั่นที่มีช่วงอายุน้อยลงกว่าเดิม เขาทำหน้าที่ดูแลทุกอย่างโดยเน้นมากกับวิธีการนำเสนอคอลเล็คชั่นต่างๆ ทั้งการออกแบบรันเวย์ที่มีสีสันหลากเฉดชนิดที่เราไม่เคยเห็นจาก Louis Vuitton มาก่อน มีการสร้างวีดีโอที่ใช้ตัวละครนำเป็นตัวการ์ตูนเพื่อโปรโมตคอลเล็คชั่นใหม่ซึ่งทำให้แบรนด์ดูมีความสนุกสนาน และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

การสร้างไดนามิคให้กับตัวแบรนด์เป็นสิ่งที่ Virgil Abloh ทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ ตลอด 4 ปีที่เขากุมบังเหียนไลน์เสื้อผ้าผู้ชายไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่ผู้คนจะไม่พูดถึง Louis Vuitton เพราะนอกจากแรงบันดาลใจในการออกแบบที่มักจะหยิบยืมสิ่งต่างๆในอดีตที่ผู้คนรู้จักกันในวงกว้าง เช่น Wizard of Oz, Martin Luther King Jr. มานำเสนอในรูปแบบใหม่แล้วยังมีการสอดสลับช่วงเวลาในแต่ละปีด้วย Collaboration Project ทั้งการร่วมงานกับ Nigo, NBA และ Nike หากลองไล่ย้อนดูไม่มีโปรเจกต์ไหนเลยที่ไม่ถูกพูดถึงในวงกว้างโดยเฉพาะจากกลุ่มคนรักสตรีทแฟชั่นซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกระแสหลักของโลกตอนนี้

ย้อนกลับไปตอนที่เขานำเสนอผลงานคอลเล็คชั่นแรกกับทาง Louis Vuitton เสื้อผ้าที่เขาออกแบบนั้นมีความแตกต่างจากเสื้อผ้าที่ทางแบรนด์เคยทำออกมาในอดีต โดยมีไอเทมที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในตอนนั้นคือสายคาดไหล่ที่เขาเรียกมันว่า “เสื้อผ้าชั้นกลาง” ที่มีหน้าตาคล้ายกับสายสะพายปืนที่ตำรวจในภาพยนตร์อเมริกันสมัยก่อนมักจะใช้ซึ่งบางคนก็ไม่ค่อยเข้าใจถึงแนวทางการออกแบบของเขา ในตอนนั้น Virgil Abloh ทิ้งคำพูดที่อธิบายงานออกแบบคอลเล็คชั่นนั้นไว้ว่า

“นี่ไม่ใช่แค่คอลเล็คชั่นแฟชั่น มันคือรากฐานของแนวความคิดใหม่ พวกคุณจะไม่เข้าใจมันจนกว่าจะผ่านไปอีกสามปีข้างหน้า”

เมื่อเวลาผ่านมา 4 ปีจนถึงคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2022 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเขากับ Louis Vuitton หลายคนเริ่มเข้าใจแนวคิดในการออกแบบของเขา หลายๆไอเทมจากคอลเล็คชั่นแรกๆก็กลายเป็นสิ่งของที่ผู้คนตามหากัน ถึงแม้ว่าระยะเวลาที่ Virgil Abloh ร่วมงานกับ Louis Vuitton จะแสนสั้นในสายตาของหลายๆคนแต่มันกลับเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมสู่วงการแฟชั่นอย่างไม่รู้จบจริงๆ

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save