25 เทรนด์สุดฮิตของแฟชั่นในยุคปี 2000

ในช่วงยุค 2000 นั้นมีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ต่างจากยุค 80 หรือ 90 เลย เป็นแฟชั่นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงหรืออิทธิพลส่วนหนึ่งมากจากยุค 90 มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสัน แต่ในยุค 2000 นั้นได้เรื่องของเทคโนโลยีมาช่วยเยอะขึ้น เลยมีสไตล์อย่างที่เราได้สวมใส่กันในยุคต่อๆมา ซึ่งส่งผลให้กับเสื้อผ้าในตู้ของหลายๆคนทุกวันนี้ สำหรับเทรนด์การแต่งตัวสไตล์เด็กยุค 2000 ยังมีให้เห็นบ้าง โดยในคอนเทนต์นี้เราราจะพาไปชม 25 เทรนด์แฟชั่นในยุค 2000 ย้อนวันวานกันหน่อย

แบรนด์เสื้อผ้าจากศิลปินแร็ปเปอร์(Rapper Clothing Brands)

ในสมัยนั้นใครๆก็ต้องรู้จัก Sean Jean และ Rocawear ในต้นยุค 2000 เหล่าแร็ปเปอร์ที่เริ่มจะมีชื่อเสียงและมีเงินอยู่บ้าง ก็ต้องการที่จะให้ชื่อตัวเองไปอยู่บนแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ หรือ ออกแบรนด์เสื้อผ้าออกมาต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นการคอลแลปต่างๆและอย่างที่เราเห็นได้ชัดเลย ก็คือหนึ่งแร็ปเปอร์ที่เป็นแฟชั่นไอคอน อย่าง Kanye West ที่ได้รับการยอมรับและกระแสนิยมที่สุดคนนึงเลยที่ได้ร่วมงานกับทั้ง Nike และ adidas

ผ้าขาดหัว (Sweatband)

ผ้าขาดหัวหรือ Sweatband ส่วนใหญ่แล้วใช่ซับเหงื่อในกีฬาหลายชนิด แต่ในยุค 2000 นั้นมันเป็นเครื่องประดับสุดฮิตที่ขายดีมาก และ ทำให้แบรนด์ street หลายแบรนด์ตั้งใจทำ sweatband ออกมาขายอย่าง Supreme ที่เห็นกันใน Music Video ฮิปฮอปสมัยนี้ และเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เพิ่มลุคให้ดูเหมือนนักกีฬาถึงแม้คนใส่อาจจะเล่นไรไม่เป็นเลยก็ได้

ไฮไลท์สีผม (Streaky Hair Highlight)

เทรนด์นี้เป็นเทรนด์ที่จัดว่าแรงสุดๆไปเลยในสมัยนั้น ไม่มีกระแสไหนที่มาแรงเท่าการทำไฮไลท์ผมสีจี๊ดๆอีกแล้ว ในอดีตสไตล์หรือลุคแนวนี้อาจจะเป็นที่รังเกียจหรือไม่ได้รับการยอมรับ แต่ในยุค 2000ต้นๆ มันฮิตสุดๆและเป็นการเพิ่มจุดเด่นให้กับคนทำอีกด้ว

 เสื้อยืดยาว (Tall Tees)

โคตรถูกและเป็นของที่ซื้อได้เพียงไม่กี่ดอลล่า กับของที่สุดแสนเรียบ แต่ใส่ง่ายแมตซ์เข้าได้กับทุกอย่าง มันคือเสื้อยาวๆ หรือ Tall Tees ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดเทรนด์ของวงการ Hip Hop ในช่วงๆต้น 2000 และแน่นอน ก็ได้มีการเถียงกันอย่างรุนแรงกันทางสังคม คนส่วนมากที่เห็นเสื้อใหญ่ๆนี้ มักจะมองมันเป็นสัญลักษณ์ของคนขายยา และชาวแอฟริกันอเมริกัน เสื้อใหญ่ๆนี้ถูกแบนในหลายๆคลับ และถูกประกาศว่าผิดกฎ มันเป็นอย่างงั้นจริงๆหรอหรือมันก็แค่เสื้อยืดที่ใหญ่กว่าปรกติ 4 ไซส์ทั่วไป ?

หมวกตะข่าย (Trucker Hats)

ในตอนที่ Ashton Kutcher และ Britney Spear ได้สวมหมวก Trucker Hats (หมวกตาข่าย) ของ Von Dutch ถือเป็นการปฏิวัติวงการหมวกไปเลย ซึ่งหมวกนี้ถูกเรียกว่า Trucker Hats เพราะว่าถูกเรียกตามพวกคนขับรถบรรทุกที่มักจะชอบใส่เวลาขับส่งของไกลๆ และเป็นแฟชั่นที่แปลกมากสำหรับยุคนั้นและได้รับความนิยมอย่างมาก แต่พอแฟชั่นนี้ตกเทรนด์ไปแล้วคนก็มอง Trucker Hats นี้ว่าตลก เหมือนที่ Hank Hill และ Patrick Stump แห่งวง Fall Out Boy ถูกล้อเลียนในการแต่งตัวโดยใส่หมวกตาข่าย

กำไลข้อมือยาง Livestrong (Livestrong Bracelets)

เด็กหรือวัยรุ่นยุคนั้นถ้าบอกว่าไม่เคยใส่ก็เชยแล้ว สายข้อมือเหลืองๆที่ถือว่าเป็นหนึ่ง Icon ของยุคนั้นเลยก็ว่าได้ สายข้อมือสีเหลืองที่ทำจากยางในสมัยนั้นไม่ว่าจะเดินไปไหนหรือวัยไหนๆก็ใส่กันทั้งนั้น หรืออาจจะเป็นการเห็นเขาใส่ๆกันก็ต้องไปหามาใส่บ้าง เพื่อไม่ให้ดูแตกต่าง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าไอสายเหลืองๆเนี่ย คนที่ทำมันแล้วใส่มันคนแรกก็คือ นักปั่นจักรยานตูเดอร์ฟรอง Lance Armstrong ที่ดังในสมัยนั้น

โปโลปกตั้ง (Popped Collar Polos)

แนวนี้เป็นแนวที่อยู่มานานมากๆ อาจจะตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ แบรนด์ที่ดังมากๆในตอนนั้นก็คือ Abercrombie & Fitch และ Hollister ซึ่งมีขายในเกือบจะทุกห้างของอเมริกาเลยก็ว่าได้ และเป็นหนึ่งในไอเทมที่วัยรุ่นยุคนั้นต้องมีกันเกือบหมด ในช่วงยุคต้นๆ 2000 หรือประมาณช่วงที่ Kanye West ได้ปล่อยอัลบั้มแรกของเขาในปี 2004 ที่ใครๆก็จำได้กับ Kanye West ในลุคที่ใส่เสื้อคอปกตั้งและรูปนี้ถูกใช้เป็นหน้าปกของ Mix Tape Freshman Adjustment ของเขาอีกด้วย แม้แต่วงฮิปฮอปในตำนานอย่าง Three 6 Mafia ยังเอาไปทำเป็นเพลงชื่อ Popping your collar ที่ดังสุดขีดในยุคนั้นเทรนด์นี้ถือเป็นหนึ่งในที่สุดแล้วในยุคนั้น

เสื้อลายปริ้นทั้งตัว (All–Over Prints)

ต้องยกความดีความชอบให้ Bape กับเทรนด์นี้ที่ได้ออก Full-zip hoodies เป็นลายปริ้นท์ทั้งตัวออกมา ซึ่งงานนี้ Bape ได้ร่วมงานกับ Billionaire Boys Club ที่ทำทุกอย่างเป็น Over Prints ตั้งแต่เสื้อ กางเกง ถุงเท้า ไปถึงหมวก ซึ่งทั้งสองแบรนด์ได้ทำออกมาในลายสุดเท่ และเป็นกราฟฟิคสัญลักษณ์ของแบรนด์ ที่ทำออกมาโดยใช้สีจี๊ดๆทั้งนั้น ซึ่งทำให้คนเห็นได้ตั้งแต่ 2-3 ร้อยเมตรเลยก็ว่าได้ แสดงความเป็นเอกลักษณ์และแน่นอนว่าเทรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในช่วงขณะนึง

เสื้อคอวี (V–Neck T–Shirts)

เทรนด์นี้ต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจสูงหน่อยกับการใส่เสื้อ คอวีลึกๆแต่ก็ถือว่าเป็นเทรนด์นึงเลยที่ได้รับความนิยมสูงในยุคนั้น ร้าน American Apparel เป็นร้านที่ได้รับความนิยมมาก ในตอนนั้นผู้คนมักจะใส่เป็น เสื้อยืด เสื้อแขนยาว Hoodies หรืออะไรก็ว่ากันไป แต่กับเสื้อคอวีคนอาจมองว่าเป็นเสื้อนอนหรือไม่เหมาะสม แต่มันก็ได้รับการยอมรับและถูกปริ้นท์ลายกราฟฟิคต่างๆ จนทำขายกันทั่วไป แต่ก็มีกันบ้างที่คนใส่เสื้อคอวีมักถูกแซวว่าเป็นเกย์

เสื้อฮูดทับด้วยแจ็คเก็ต (Hoodies Under Blazer)

ไม่แปลกเลยที่เราจะเห็นคนใส่ชุดแปลกๆในยุค 2000 หรือการจะแต่งตัวเรียบๆออกจากบ้านมันธรรมดาเกินไป ถ้าเลือกเสื้อผ้าออกจากบ้านไม่ถูกก็ใส่มันทั้งสองตัวเลยละกัน เป็นเทรนด์ที่แปลกมากๆของยุคนั้นกับการที่ใส่เสื้อซ้อนๆกันหลายตัวทั้ง Hoodies ทั้ง Jacket อาจจะทำให้ดูเทอะทะหรือบางคนอาจจะบอกว่าเหมือนตาแก่ แต่ในเมื่อเจ้าพ่อ Fashion ในยุคนั้นอย่าง Kanye West ได้แต่ตัวแนวนี้ก็บูมอย่างมาก จากที่เราจะเห็นได้ว่าเทรนด์นี้ก็ยังได้รับความนิยมหรือเห็นคนแต่งแนวนี้กันอยู่ทุกวันนี้

โบว์หูกระต่าย (Bowtie)

สำหรับลุคเนิร์ดๆที่เกิดขึ้นในปี 2000 นั้นเข้ามาเป็นที่นิยมได้เพราะเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ลุคนี้ฮิตสุดๆอยู่ช่วงนึง ไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับลุคนี้ก็คือโบว์หูกระต่ายที่ใส่คู่กับเสื้อคอวี จบด้วยการทับในใส่กับกางเกงยีนส์ และสำหรับคนที่อยากจัดเต็มจริงๆต้องมีชุดเอี๊ยมดึงกางเกงด้วย

เสื้อคลุมคาร์ดิแกน (Cardigans)

ยุคเสื้อคาร์ดิแกนที่ได้รับความนิยมส่วนนึง อาจเป็นเป็นการต่อยอดมาจากลุคเนิร์ดๆก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ ด้วยความเรียบง่ายที่เข้ากันกับโบว์หูกระต่ายและฮิตมากๆในหมู่วัยรุ่นในช่วงสุดท้ายของยุคอีโม และกำลังจะเปลี่ยนมาเป็น Hipster อิทธิผลของยุคนี้อาจได้รับมาจากการได้เห็นปู่-ย่าแต่งตัวหรือเปล่านะ? แต่แน่นอนว่าในยุคนี้ทุกคนต้องอยากได้เสื้อคาร์ดิแกนจาก Comme des Garçons PLAY อย่างแน่นอน เพราะตอนนั้นไม่มีใครไม่รู้จักหรือไม่เคยเห็นเสื้อคาร์ดิแกนที่มีหัวใจเป็นเอกลักษณ์

นาฬิกาดิจิตอลจอใหญ่ (Big screen digital watch)

แน่นอนว่าวัยรุ่นยุค 2000 ต้องเคยเห็นหรือครอบครองอย่างแน่นอนก็คือนาฬิกา Casio หรือ G-shock ที่น่าจอยิ่งใหญ่ยิ่งเท่ในยุคนั้น เป็นนาฬิกาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะสีและการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความคลาสสิคเข้าด้วยกัน อีกอย่างราคานั้นไม่ได้แพงเวอร์จนเกินไปและตอบโจทย์ถ้าต้องการตามเทรนด์

แว่น Shutter Shades 

เทรนนี้เกิดขึ้นโดยเจ้าพ่อแร็ปเปอร์ชื่อดัง Kanye West ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจสำหรับอัลบั้ม Graduation ที่ทำให้ไอเทมชิ้นนี้สามารถพบเห็นได้ทุกที่ไม่ว่าจะในงานเต้นรำหรือบนท้องถนนก็ตาม แต่จริงๆแล้วที่มาของแว่นตาแนวนี้เกิดขึ้นจากนักออกแบบแว่นตา Alain Mikli และแทรนนี้ก็ได้ค่อยๆหายไปพร้อมๆกับตัว Kanye เอง

 

เสื้อผ้าลายกราฟิตี้ (Graffiti-Inspired Urbanwear)

ถึงแม้การผลิตลายสกรีนโดยการพ่นนั้นถูกเริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงปี 80 ก็ตาม แฟชั่นในยุค 2000 ได้รับอิทธิผลมาจากศิลปินดังๆอย่างแบรนด์ Ecko Unltd., Fubu และ PNB Nation ที่นำเทคนิคการพ่นสีมาใช่ในการออกแบบเสื้อผ้าโดยลวดลายส่วนใหญ่จะออกมาเป็นแนวกราฟิตี้หรือศิลปะบนท้องถนน ตัวอย่างที่ต้องเคยผ่านตาอย่างเสื้อยืดลาย Barack Obama จาก Obey

เสื้อบาสรุ่นเก่า (Throwback Jerseys)

เทรนด์นี้เริ่มมาจาก Mitchell & Ness ที่นำเสื้อบาสเก็ตบอลรุ่นเก่ามาใส่ จนทำให้วัยรุ่นหันมาหาเสื้อที่มีโล้โก้ของทีมโปรดมาใส่กันอีกครั้ง ซึ่งเป็นยุคเดียวกันกับ Allen Iverson ตอนที่เขานั้นโชว์ฟอร์มการเล่นขั้นเทพใน NBA ณ ตอนนั้น สไตล์การแต่งตัวในยุคนั้นจะเน้นการจับไอเทม เรโทรมาแต่ง แต่ด้วยลุคที่ดูเยอะเกินไปหน่อยทำให้เทรนด์นี้อยู่ได้ไม่นานสักเท่าไร แต่ก็เป็นอีกหนึ่งอิทธิผลในวงการแฟชั่นสมัยนี้อย่างที่เราได้เห็นในงานของศิลปินอย่าง Don C และ Eric Emanuel

กางเกงยีนขาม้า (Bootcut Jeans)

ถึงเราจะไม่ได้เห็นหนุ่มๆใส่รองเท้าบูทมากนักในช่วงการเปลี่ยนจากยุค 90 มา 2000 แต่กลับกลายเป็นกางเกง Bootcut หรือ ขาม้านั้นเอง จุดเด่นของกางเกงประเภทนี้อยู่ที่ขาที่บานออกถึงแม้ส่วนขาจะฟิตเหมือนกางเกงกระบอกและมีจุดประสงค์ให้ใส่คู่กับรองเท้าบูทนั้นเอง แต่ถึงยังไงก็สู้กางเกงขาตรงที่แต่งตัวง่ายกว่าไม่ได้อยู่ดีจึงทำให้เทรนด์นี้ค่อยๆจางลงไป

ชุดกับรองเท้าต้องแมท์กัน (Matching outfit with sneakers)

การเตรียมพร้อมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ในยุค 2000 หนุ่มๆในวันนี้เริ่มหันมาสนใจการแต่งตัวมากขึ้น และอีกหนึ่งแนวทางการแต่งตัวก็คือการใส่ชุดให้แมทช์กับรองเท้าคู่โปรด ทั้งลวดลายและโทนสี ทำให้วัยรุ่นนิยมซื้อรองเท้าให้เข้ากับเสื้อผ้าในตู้ของพวกเขา

American Apparel

ลืมไม่ได้เลยกับแบรนด์ American Apparel ซึ่งฮิตมากๆในยุคนั้นเป็นเพราะเสื้อผ้าที่เรียบง่ายและหลากหลาย ใส่ได้ตั้งแต่ผู้ใหญ่วัยทำงานไปจนเด็กฮิป แต่ก็ไม่แปลกเพราะ American Apparel นั้นเน้นขายเสื้อผ้าที่เรียบง่ายระหว่างที่แบรนด์ส่วนใหญ่ในช่วงนั้นออกเสื้อผ้าเน้นไปที่ลวดลาย

ผมทรง อีโม/จัสติน

ทรงนี้จัดได้ว่าเป็นทรงผมที่ฮิตมากๆในหมู่วัยรุ่นชาย Pop Funk เริ่มเข้ามาในช่วงเดียวกันกับที่ Vans Warped Tour ได้ถือกำเนิดในกลางยุค 2000 และ Justin Bieber ก็เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่นำเทรนด์นี้ด้วยทรงผมหนาๆปิดหน้าปิดตาแบบนี้ และ ก็เริ่มหายไปเมื่อพ่อหนุ่ม Bieber เริ่มโตขึ้นและเปลี่ยนเป็น Undercut

กางเกงขาเดฟสีแสบ (Colored Skinny Jeans)

ถ้ากางเกงขาเดฟของคุณไม่ใช่สีเหลืองหรือเขียวในยุคนั้นคือเชยมาก เพราะทุกคนไม่ว่าจะวงการแร็ปเปอร์ไปถึงอินดี้ก็ต้องใส่ซึ่งถ้าใส่ตอนนี้คงตลกน่าดู ก็ต้องขอบคุณกางเกงยีนผ้าดิบหรือ Raw Denim ที่มาแทนและทำให้พวกเราผ่านยุคนั้นไปได้

เสื้อผ้าลาย Tattoo

รายการทีวีที่ฮิตในช่วงเวลานั้น VH1 ของอเมริกาที่เชิญคนดังมาออกรายการมากมายซึ่งคนเหล่านั้นนิยมใส่ Ed Hardy, Affliction และ Xtreme Couture ซึ่งเป็นเทรนด์ที่นิยมในหมู่ดารา Hollywood เป็นอย่างมาก

หมวก Fedoras

ก่อนที่ผู้ชายจะแต่งตัวเนี้ยบและเด็กผู้ชายจะทำตัว swag นั้น หมวกทรง Fedora เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับชายที่ต้องการลุคที่คลาสสิคหน่อย และคนที่ชอบ R&B อย่าง Bruno Mars ก็เคยใส่อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็อยู่ได้ไม่นานสำหรับ เทรนด์นี้อาจเป็นเพราะราคาที่สูงและการดูแลที่ลำบากของทรงหมวกเอง

กระเป๋า Messenger 

อีกหนึ่งไอเทมยอดฮิตสำหรับคนชอบสพายกระเป๋าพลาดไม่ได้กับ Messenger bag อีกส่วนที่ทำให้กระเป๋าทรงนี้ได้รับความนิยมก็คือวงการ Fixed Gear นั้นเองที่นักปั่นส่วนใหญ่ใช่ส่งของในเมืองใหญ่อย่าง New York แต่ด้วยรูปทรงที่เอาไว้ใช้ประจำวันยากไปนิดเลยทำให้ความนิยมลดน้อยลงไปพร้อมๆกับ Fixed Gear

ผ้าพันคอ (Unnecessary Scarves)

ไอเทมอีกชิ้นสำหรับเด็ก Hipster ที่ไม่ค่อยมีความจำเป็นและใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลยก็คือผ้าพันคอที่เอาไปพาดไวที่คอเฉยๆ ไม่ว่าอากาศจะร้อนขนาดไหนก็ตาม ในยุค 2000 วัยรุ่นนิยมใส่คู่กับเสื้อยืดเรียบๆและยีนขาเดฟตัวเก่ง

 

Source: Complex 

 

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save