ไนกี้เผยโฉมนวัตกรรมอันก้าวล้ำที่พร้อมปฏิวัติวงการกีฬาของโลกตลอดกาล

ไนกี้ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก เปิดตัวนวัตกรรมกีฬาที่ล้ำสมัยและพร้อมจะเปลี่ยนโฉมวงการกีฬาของโลกอย่าง แท้จริง โดยชูเทคโนโลยีที่หลากหลายและไม่เคยมีใครคิดค้นมาก่อน อย่างเช่น “เชือกรองเท้าที่สามารถปรับได้อัตโนมัติ” เทคโนโลยีรองเท้าฟุตบอลที่ช่วยป้องกันไม่ให้ดินเกาะติดกับปุ่มรองเท้าเพื่อรักษาสภาพของรองเท้า รวมทั้งมีการนำเสนอแอพพลิเคชั่น ไนกี้ พลัส และนวัตกรรมอื่นๆอีกมากมาย

มาร์ค ปาร์คเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไนกี้ เผยว่า “นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมที่ก้าวล้ำแล้ว ไนกี้ยังได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ไนกี้ พลัส (Nike+) ซึ่ง เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้นักกีฬาสามารถเอาชนะขีดจำกัดของตนเองได้ดีกว่า เดิม โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนักกีฬา ผลิตภัณฑ์และโปรแกรมการฝึกสอนที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละ คน” 

แอพ พลิเคชั่น ไนกี้ พลัส เวอร์ชั่นหม่ล่าสุดนี้ ประกอบไปด้วยฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เช่น มีการอัพเดทข้อมูลร้านจัดจำหน่ายสินค้าของไนกี้ และมีโปรแกรมฝึกสอนการออกกำลังกาย ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายผ่านปลายนิ้ว โดยฟีเจอร์เหล่านี้จะป้อนข้อมูลส่วนตัว พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้ใช้ ขณะเดียวกันยังมีโปรแกรมการฝึกซ้อมที่สามารถปรับเปลี่ยนสมรรถภาพและตารางฝึก ซ้อมให้เหมาะสมกับนักกีฬาทุกระดับ รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้กับนักกีฬาเพิ่มเติมได้ดีอีกด้วย

 “วัน นี้ นวัตกรรมที่เราได้เปิดตัวได้แสดงให้เห็นถึงรากฐานการพัฒนาที่ไนกี้สามารถตอบ สนองความต้องการของนักกีฬาได้อย่างไร เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการออกกำลังกายที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ขณะที่นักกีฬาในสมัยนี้ก็ต้องการข้อมูลต่างๆมากกว่าบนกระดาน พวกเขาต้องการตัวช่วยที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ดีที่สุด” มาร์ค ปาร์คเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาที่ไนกี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไนกี้ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าเดิม และตอบโจทย์ความต้องการของนักกีฬาอย่างแท้จริง โดยที่มีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่สำคัญๆได้แก่

 ไนกี้ ไฮเปอร์ อะแดปท์ 1.0 (Nike HyperAdapt 1.0) ซึ่งเป็น “เชือกรองเท้าที่สามารถปรับได้อัตโนมัติ” เพื่อ มอบความกระชับเท้าและมอบการสวมใส่ที่พอดี โดยนวัตกรรมดังกล่าวเป็นนวัตกรรมของไนกี้ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนและจะนำไป สู่การปรับเปลี่ยนอนาคตของวงการรองเท้า

ไนกี้ แอร์ เวเปอร์แม็กซ์ ฟลายนิต  (Nike Air VaporMax Flyknit) นับตั้งแต่การกำเนิดของนวัตกรรม แอร์ เมื่อ 40 กว่า ปีที่ผ่านมา นักออกแบบของไนกี้จะใช้ชิ้นส่วนแอร์และยางเพื่อเพิ่มการรองรับแรงกระแทกและ ลดแรงเสียดทาน แต่ในปัจจุบันนี้ ชิ้นส่วนเหล่านี้ได้ถูกนำมาพัฒนา เพื่อสร้างความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมและเสริมประสิทธิภาพให้กับนักวิ่งมาก ที่สุด โดยไนกี้ได้ทำการวิจัยมายาวนานหลายปี ด้วยการผสานเทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายนิต และ ชิ้นส่วน ไนกี้ แอร์ เข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้ รองเท้า ไนกี้ แอร์ เวเปอร์แม็กซ์ เป็นรองเท้าที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีที่สุดเท่าที่ไนกี้เคยมีมา

ไนกี้ แอนติ-คลอก แทรคชั่น (Nike Anti-Clog Traction) ที่ผ่านมาความเร็วของนักฟุตบอลมักถูกสกัดด้วยโคลนหรือดินที่เกาะติดตามปุ่มรองเท้า ดังนั้น ไนกี้ แอนติ-คลอก แทรคชั่น จึงเป็นเทคโนโลยีที่ไนกี้ได้นำโพลีเมอร์ชนิดใหม่มาเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ พื้นรองเท้า และป้องกันการยึดเกาะของดินที่อาจเกาะปุ่มรองเท้า โดยเทคโนโลยี แอนติ-คลอก แทรคชั่นนี้ยังได้ช่วยลดน้ำหนักของตัวรองเท้าและลดโอกาสที่นักกีฬาจะลื่นล้ม ในสนาม อีกทั้งยังเป็นความพยายามล่าสุดของไนกี้ที่จะผสานวิทยาศาสตร์และการกีฬาเข้า ไว้ด้วยกัน เนื่องจากมันสามารถแก้ปัญหาที่นักฟุตบอลเคยคิดมาตลอดว่า มันจะไม่สามารถแก้ไขได้

ไนกี้ ฟลายนิต (Nike Flyknit) ตลอดระเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา ไนกี้ ฟลายนิต ได้ถูกนำมาใช้ในทุกประเภทกีฬา หลังจากที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกสำหรับการใช้ในรองเท้าวิ่งมาราธอน การผสานระหว่างเส้นด้ายและเทคนิคการถักทอแบบดิจิตอลที่ช่วยเสริมศักยภาพให้ กับนักกีฬาท่ามกลางการแข่งขันทุกสภาพอากาศ ยังคงให้ไนกี้ได้เดินหน้าคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยทีมนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของไนกี้ยังได้พัฒนารองเท้าวิ่ง ไนกี้ ฟรี รันนิ่ง โมชั่น ฟลายนิต   (Free RN Motion Flyknit) ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Dual-Injection ในการผสานชิ้นส่วนโฟมลูนาร์ลอน 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม

ไนกี้ ไฮเปอร์ดังค์ 2016 (Nike Hyperdunk 2016) เพิ่มขีดจำกัดโดยการผสานหน้ารองเท้าแบบฟลายนิตและชิ้นส่วนซูมแอร์ที่มี เชื่อมติดกับตัวรองเท้าโดยตรงและมีความยาวเท่ากับตัวรองเท้า ขณะเดียวกันยังมาพร้อมกับคอรองเท้าแบบสูงและเส้นเคเบิล ฟลายไวร์ เพื่อเสริมความกระชับให้กับข้อเท้า และรองรับการเคลื่อนไหวในทุกท่วงท่า

ไนกี้ ซูม ซุปเปอร์ฟลาย ฟลายนิต (Nike Zoom Superfly Flyknit) รองเท้าที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างไนกี้และ แอลลิสัน เฟลิกซ์ นักวิ่งเหรียญทองชาวอเมริกัน ที่ร่วมกันออกแบบรองเท้าวิ่งที่ใช้ในการแข่งขันโดยเฉพาะ โดยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการและวิจัยทางกีฬาของไนกี้ (NSRL) ที่ รวบรวมความต้องการของเฟลิกซ์และผู้ฝึกสอนของเธอ ทำให้มันกลายเป็นรองเท้าวิ่งที่เสริมความแข็งแกร่งและความกระชับ รวมทั้งมีน้ำหนักที่เบา เพื่อการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังใช้การพิมพ์ 3 มิติแบบ SLS ทำให้มันกลายเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์ที่สวยงามอีกด้วย

นอกจาก นี้ ภายในงานดังกล่าว ปาร์คเกอร์ยังได้พูดถึงหลักในการออกแบบและสร้างสรรค์เสื้อผ้าและรองเท้า ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “system of performance” ที่สร้างสรรค์ให้ขอบและรอยผ้าแต่ละชิ้นสามารถเชื่อมติดกันได้ อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามข้อมูลได้ที่  news.nike.com

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save