Soul4Street Interview : นายแพทย์ วิสรุติม์ ตันพัฒนรัตน์ คุณหมอนักสะสมรองเท้า อีกมุมหนึ่งของหมอหลังชุดกาวน์

ใครจะรู้ว่าในอีกมุมหนึ่งของหมอที่คอยรักษาผู้ป่วยบางคนอาจจะคิดว่าต้องเป็นคนที่ต้องเรียนเก่ง อ่านหนังสือตลอดเวลาคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียนหรืองาน ใส่แว่นหนาๆพูดจาหลักการ แต่ใครจะรู้ว่าอีกมุมนึงของหมอจะยังมีหมอที่ชื่นชอบในแบบที่เราชอบกัน นายแพทย์ วิสรุติม์ หรือ "หมอคิด" คุณหมอผู้หลงไหลในการเก็บรองเท้า Jordan ทำให้เรารู้ว่ายังมีหมอที่สลัดออจจากความคิดในแง่ที่คนทั่วไปมักจะคิดกัน มันทำให้เราคิดในหัวสมองเลยว่าอยากคุยกับหมอคนนี้จังเลย ทำไม่มีหมอที่ไม่เหมือนหมอส่วนใหญ่หลุดมาในวงการ Sneaker Game ได้น้า ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ก่อตั้งเว็บ Soul4Street รุ่นบุกเบิกอันเป็นที่รักและเคารพของคนวงการนี้รุ่นแรกๆก็เป็นคุณหมอเช่นกันคือ คุณหมอเอก หรือที่คนรุ่นก่อนๆเรียกว่า "พี่หมอเอก" ซึ่งเป็นหมอคนเดียวในตอนนั้นที่เก็บรองเท้าโหดๆไว้มากมาย เวลาผ่านไปสิบปีแล้วจนถึงตอนนี้ผมได้เจอหมอคิดโดยบังเอิญ ทำให้ผมอยากจะสัมภาษณ์หมอคิดขึ้นมาทันที่ว่าที่มาที่ไปหลังชุดกาวน์ของหมอคิดนั้นเป็นมายังไงถึงได้มาสนใจเก็บสะสมรองเท้าได้ 

อยากให้พี่หมอช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

ชื่อนายแพทย์นพ. วิสรุติม์ ตันพัฒนรัตน์ชื่อเล่นชื่อ คิด ส่วนใหญ่ทุกคนจะเรียกว่าว่า “หมอคิด” จบคณะแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล และศึกษาต่อปริญญาโทด้านผิวหนัง ตอนนี้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านเสริมความงามครับ

จุดเริ่มต้นที่ทําให้พี่หมอชื่นชอบในการสะสมรองเท้า

เริ่มต้นอาจจะเล่ายาวสักหน่อย จะแบ่งได้เป็นสองช่วงใหญ่ๆ คือช่วงแรกยังไม่ได้สะสมจริงจังชื่นชอบในตัวนักบาสเกตบอลและชอบรองเท้าที่เขาใส่ เริ่มในตอนประถมเพื่อนๆแนะนําการ์ตูนเรื่องแสลมดั้ง ซึ่งส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนจะชอบดูรูปมากกว่าพอถึงช่วงมัธยมต้น มีช่องเคเบิ้ลสมัยนั้น มีการถ่ายทอดบาสเกตบอลทีมชิคาโกบูลส์ ซึ่งซุปเปอร์สตาร์สมัยนั้นก็คือ Michael Jordan เราจึงเริ่มหาข้อมูลของนักบาสเกตบอลคนนี้ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งสมัยนั้นอินเทอร์เน็ตตามบ้านยังไม่มีต้องไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดโรงเรียน พอหาข้อมูลไปๆมาๆก็มีเรื่องรองเท้าที่ Jordan ใส่ ทําให้รู้ว่าเขาออกรองเท้ามา 12 รุ่นแล้วในสมัยนั้น ยิ่งทําให้เราเริ่มมีความสนใจในรองเท้า และการออกแบบรองเท้าของ Jordan ยุคนั้น สะดุดตากว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ หลังจากนั้นแม่ผมได้พาไปเดินห้างโรบินสัน ราชดําริสมัยนั้นยังไม่ทุบ (หัวเราะ) ผมก็เห็นรองเท้า Air Jordan แล้วอยากได้ไปเจออยู่คู่นึงที่แผนกรองเท้า เป็น Jordan12 สีดําแดง ตัว OG แม่เลยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดจําได้ว่าราคา 4,700 บาท นี่คือจุดเริ่มต้นของการชอบสะสมรองเท้าซึ่งตอนแรกยังไม่รู้คุณค่า จากนั้นก็เริ่มดูเว็บรองเท้าตอนนั้นมีเว็บชื่อ Jordan23 ไปเจอ Jordan13 สีขาวดํา สวยมากถึงขนาดปริ๊นรูปมานอนดู (หัวเราะ) เราอยากได้มาก ซึ่งวันนี้เอามาให้ดูด้วยว่าเป็นคู่ที่เก็บเอาไปนอนฝัน (หัวเราะ) หลังจากนั้นสักพักไปเจอที่ห้างแต่เป็นอีกสีหนึ่งเลยตัดสินใจขอแม่ซื้อราคาหกพันกว่าบาท ซึ่งราคานี้ในสมัยนั้นแพงมากๆ แต่เราซื้อรองเท้าในตอนนั้นที่ได้มาใส่จริงๆยังไม่เริ่มเก็บสะสม หลังจากเวลานั้นผ่านไปเราก็ห่างหายกับเรื่องนี้ไปเลย เพราะต้องให้ความสนใจกับการสอบเอ็นทราน พอเข้ามหาลัยตอนปี2 ได้ไปเที่ยวฮ่องกงแล้วไปได้ Jordan23 รุ่น Stealth ซึ่งข่าวตอนนั้นออกมาว่าจะเป็นรุ่น 23 รุ่นสุดท้ายที่ Jordan จะทําเพราะครบ 23 รุ่น ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง และรองเท้ารุ่นนี้เองเป็นรองเท้าคู่แรกที่ซื้อมาเก็บอย่างเดียว จากนั้นก็เจอรองเท้ารุ่น 23 อีกคู่หนึ่งที่ไทยประกอบกับมีเงินเก็บอยู่บ้างจึงซื้อมาเก็บไว้อีกคู่อันนี้คือช่วงที่ยังไม่รู้คุณค่าเท่าไร

หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนแพทย์อย่างจริงจังเลยขาดช่วงในเรื่องนี้ไปเพราะเรียนแพทย์หนักมาก ช่วงกลับมาสู่ Sneaker Game อีกครั้งคือช่วงที่เรียนแพทย์จบทําให้มีเวลามากขึ้น พอใช้ทุนหมดก็เริ่มมีเงินเก็บ แต่คู่นี้ยังไม่ได้ซื้อเอง เป็นแฟนที่ซื้อให้คือ Jordan 11 Space Jam ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้แต่ว่าแฟนซื้อมาราคาเป็นหมื่นเพราะโดนโก่งราคา และนี่คือช่วงที่สะสมจริงจัง

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทําให้ชื่นชอบในการสะสมรองเท้าซึ่งความจริงหมอจะไม่สนใจเรื่องอะไรอย่างนี้

บางอย่างมันไม่มีเหตผล คือผมชอบที่ดูแล้วเราชอบ "เหมือนกับที่เราเจอผู้หญิงคนหนึ่งแล้วเราชอบ ชอบเขาโดยไม่มีเหตุผล"

ในปัจจุบันนี้ซีนของ Sneakerhead ในมุมมองพี่หมอเป็นอย่างไร

อย่างเด็กยุคใหม่มีบ้างที่รักจริงๆ แต่ส่วนมากจะตามกระแส ในปัจจุบันโซเชียล เน็ตเวิร์กมีอิทธิพลต่อการเสพสื่อของวัยรุ่น บางทีเห็นรุ่นพี่มีเราก็อยากมีตาม เห็นคนเขาซื้อเยอะๆก็ซื้อบ้าง โดยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ ผมว่าไม่ค่อยถูก ต้องยอมรับว่าของพวกนี้เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ซึ่งถ้าจะซื้อจริงๆไม่จําเป็นต้องซื้อเยอะๆ หรือเอาเงินพ่อแม่มาเพื่อซื้อรองเท้า "แต่เราเก็บเงินของเราเองเพื่อซื้อเพียงหนึ่งคู่พี่ว่ามันมีคุณค่ามากกว่า" รอให้ถึงเวลาที่เราพร้อมเช่น มีงานทํา มีเงินเดือนของเราเอง แล้วจะมาสะสมตรงนี้ก็ไม่มีใครว่า ทุกคนล้วนมีความฝัน ความอยาก แต่ความฝัน ความอยากเหล่านั้นมันเบียดเบียนใครหรือเปล่าถ้ามันไม่เบียดเบียนมันก็เป็นสิ่งที่ดี

อยากให้พี่เล่าเรื่องของความยากเย็นกว่าจะได้รองเท้ามาแต่ละคู่ในยุคของเราสักหน่อยว่ามันยากยังไง

คือสมัยเรา ใช้คําว่าสมัยของเราทั้งคู่เลยละกัน (หัวเราะ) เงินหายาก บ้านเราก็ไม่ใช่เศรษฐีมันมีความรู้สึกผิด ชอบ ชั่ว ดีด้วยในยุคเราที่เรามีความเกรงใจพ่อแม่ ท่านส่งเราเรียน ออกค่าเรียนพิเศษให้เรา ค่ากิน ค่าอยู่ แล้วยังต้องมาซื้อของให้เราอีกหลายพันบาทในยุคนั้นมันแพงมาก เราจึงต้องเก็บเงินเอง เพราะมันอยู่ในจิตรสํานึกว่าอย่าไปเบียดเบียนพ่อแม่เขา ซึ่งกว่าเราจะได้รองเท้าคู่หนึ่ง เราต้องเห็นนักกีฬาใส่ก่อนแล้วรู้สึกว่าสวย ชอบ ถึงไปหาข้อมูล แต่ปัจจุบันแค่เห็นเพื่อนมีก็อยากมีตาม เห็นคนในเฟสบุ๊คมีก็ซื้อตาม แบบนี้มันไม่ได้ชอบจริงๆแต่ซื้อเพราะตามเขา สมัยนี้ของมันมาง่ายเลยไม่มีค่า อีกอย่างถ้าไม่ชอบจริงๆอนาคตมันก็กลายเป็นของไม่มีค่า สงสารรองเท้า

สิ่งที่ได้รับจากการเก็บสะสมหรือสิ่งที่ได้รับจากสิ่งที่เรารักมันได้ให้อะไรกับพี่หมอบ้าง

ผมว่ามันทําให้ผมเป็นคนใจเย็นขึ้น อย่างรองเท้า พอมาสะสมจริงจัง เราดูแลเหมือนมันมีชีวิตเลยนะ เพราะต้องเอามันไปไว้ในห้องแอร์เอามันออกมาทําความสะอาด ออกมาดูเอาออกมาวอร์มมันบ้าง เพื่อให้วัสดุมันได้รับการถ่ายเทของอากาศและให้มันได้ยืดหยุ่นบ้าง พอบางทีฝนตกก็ต้องเอาแผ่นกันชื้นไปใส่ เพราะถ้าไม่ดูแลมันจะทําให้พื้นเหลืองได้ นอกจากนั้นที่สําคัญเลยคือได้เพื่อนใหม่ๆ เพราะสังคมหมอส่วนมากจะมีเพื่อนแค่กระจุกเดียวเพราะทุกคนเรียนหนัก เที่ยวก็ไม่ได้เที่ยว เพื่อนคณะอื่นเขาจบแล้วเราก็ไม่ได้ไปไหน เพราะหมอเรียนนานกว่าคณะอื่น เลยทําให้เรามีเพื่อนอีกสังคมหนึ่ง มีทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ซึ่งมันมีทุกสังคม นอกจากนั้นเพื่อนยังช่วยเหลือเราในหลายๆเรื่องไม่ใช่ว่าแต่เรื่องรองเท้าเพียงอย่างเดียว

มาถึงคําถามที่สังคม Sneakerhead พูดถึงกันมากคือเรื่อง Reseller ในความคิดของพี่หมอคิดว่าอย่างไร

พวก Reseller พี่ไม่ได้ไม่ชอบนะ แต่ก็ไม่สนับสนุน เพราะว่าเขาไม่ได้ผิดอะไร อย่างว่ามันเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถหารายได้ของเขา แต่ที่ไม่อยากสนับสนุนมาก เพราะมันทําให้คนอยากได้จริงๆลําบากมากขึ้น เดิมทีมันก็หาได้มายากอยู่แล้วพอมีคนกลุ่มนี้เข้ามามันทําให้ได้ของยากมากขึ้นไปอีก ยิ่ง Reseller ที่ได้มาแล้วมาขายโก่งราคาขึ้นไปอีกสามเท่ามันก็เกินไป แต่ถ้าบวกแค่พันนึงมันก็ไม่น่าเกลียดอะไร พี่ไม่ได้ไม่ชอบเขานะ แต่ถ้าเลือกได้พี่ก็ไม่ซื้อกับเขา ถ้ามีคนพวกนี้เยอะๆพี่หมอว่ามันจะทําให้ซีนของวงการมันเสียไหม? พี่ว่ามันเราเริ่มจะเหมือนฮ่องกงเข้าไปทุกทีแล้ว เพราะว่าทุกวันนี้ในฮ่องกงพอจะไปซื้อก็จะมีแปะป้ายตามกล่องแล้วว่าจองๆๆๆ ซึ่งพอมามองบ้านเราตอนนี้มันแทบจะเป็นแบบนั้นแล้ว อนาคตพี่ว่าชีวิตมันคงมีรสชาติขึ้น (หัวเราะ) มันคงลําบากขึ้นกว่าเดิม

ในอนาคตพี่หมอคิดว่าจะทําอะไรต่อไปในสิ่งที่พี่หมอชอบ

ในอนาคตถ้ามีบ้านใหม่ก็คงจะทําห้องเก็บรองเท้าไว้โชว์โดยเฉพาะ อยากฝากอะไรถึงน้องๆรุ่นใหม่บ้างที่บางคนอาจจะเห็นว่าพี่หมอยังสนใจเรื่องรองเท้าได้เลยทั้งๆที่เรียนหนักและกับการเป็นคุณหมออีก เราต้องเปลี่ยนทัศนคติกันก่อน หมอคือคนธรรมดาคนหนึ่ง ใช่ว่าคนเป็นหมอคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ใช่ว่าหมอจะต้องเนิร์ดๆไปซะหมด เวลาเจอหมอคุณทักทายอย่างคนทั่วๆไปได้ปกติ ผมว่ามันอยู่ที่ความชอบล้วนๆ อย่าตามกระแส อย่าตามใคร ตามใจในสิ่งที่เราชอบ ถ้าเราตามกระแส สักวันหนึ่งกระแสมันซา เราก็เลิกสนใจมันไปตามกระแส อีกอย่างเรื่องการใช้เงิน สมัยผมกว่าจะได้รองเท้ามาแต่ละคู่เก็บเงินกว่าจะได้หาข้อมูลตาม หนังสือ วีดีโอบาสเกตบอล (ขอย้ำว่าสมัยนั้นเป็นวีดีโอ) ดูรองเท้าของรุ่นพี่ที่เขามี อย่างเก่งก็เข้าห้องสมุดขอใช้อินเทอร์เน็ตของห้องสมุดหาเอา หาแล้วหาอีก แต่สมัยนี้น้องๆใช้เงินกันเก่งมากไม่รู้ว่าเอาเงินมาจากไหนกัน ขอให้น้องๆคิดก่อนซื้อ ไม่ใช่ว่าซื้อทุกอย่างไปหมด ดูรุ่นพี่เขามีค่อยๆหาความรู้ค่อยๆเก็บเงินกันไป สักวันนึงพอเรามีงานทําเราจะซื้อกี่คู่ก็ได้

สุดท้ายพี่หมออยากฝากอะไรถึงซีนของวงการ Sneaker บ้านเราบ้าง

พี่อยากให้บ้านเราเป็นสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ตอนนี้บางคนที่พี่เห็นคนที่มีแล้ว เขาก็มีอีก แต่ไอ้ที่มีอีกเขาไม่ได้เก็บแต่เขาเอาไปขาย อยากให้เผื่อแผ่กันและขอให้ทุกคนใจเย็นๆรักใครค่อยๆพูดจากันอย่ามีเรื่องมีราวกัน

Photographer : Krirakrit Worawetkulsage 

Location : Sneaka Villa*

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save