เบื้องหลังวงการ!? ทำไมศิลปินต่างๆถึงเลือกที่จะสร้างตัวตนแบบ “นิรนาม”

ถ้าพูดถึง Graffiti จุดบูมของมันก็คือช่วงปี 70’s มหานครแห่งความบันเทิงอย่าง New York ในยุคนั้นเต็มไปด้วยลายฝีมือการพ่นสีหลากสไตล์ จากเหล่าศิลปินที่ไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งประเด็นหลักก็คือหลีกเลี่ยงการไปอยู่หลังกรงนั่นเอง แต่อย่างนั้นเมื่อผลงานเริ่มมีชื่อเสียงขึ้น ก็มีเรื่องเงินตราเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นปัจจัยล่อตาล่อใจให้ศิลปินออกมาเปิดเผยตัว แต่ว่าทำไมศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานระดับโลก ถึงได้เลือกจะหลบอยู่ในเงาล่ะ !?

ยกตัวอย่างเช่น Banksy ผลงานของเขาได้สร้างความเคลื่อนไหว และชื่อเสียงระดับโลก และถึงแม้ว่าจะมีข่าวคราวเกี่ยวกับตัวจริงของ Banksy สะพัดไปทั่ว แต่จริงๆแล้ว เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เหตุผลที่แท้จริงของการปิดบังตัวตนนี้ อาจจะเพราะว่าพวกเขาไม่อยากให้คนสนใจเรื่องตัวตนของเขา จนไม่โฟกัสเรื่องเนื้อหา และข้อความที่แท้จริงของผลงานรึเปล่า? อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งเราก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่ที่รู้ได้แน่ๆเลย คือเสน่ห์ที่แท้จริงของการเสพ Street Art ก็คือการที่เราได้ชื่นชมผลงาน, เนื้อหา โดยไม่ต้องไปยึดติดกับชื่อ และฐานะของศิลปิน แบบเดียวกับการเสพอาร์ทในพิพิธภัณฑ์

บทความนี้เราก็ได้รวบรวมความคิดเห็นของศิลปินนิรนามบางส่วน อย่างเช่น Felipe Pantone, Lushux, Jasper Wong, Daniel Weintraub และ Adam Lucas อดีตศิลปินนิรนาม ว่าพวกเขาคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ !?

ทำไมถึงต้อง “นิรนาม” ?

Felipe Pantone: “สำหรับผม ผมอยากให้เวลาคน Google ชื่อผม ผมอยากให้พวกเขาเห็นงานของผม ไม่ใช่หน้าผม ซึ่งผมตั้งใจทำ และนำเสนออย่างปราณีตในทุกๆชิ้น งานของผมมันพูดถึงตัวผมได้ดีกว่าหน้าของผมแน่นอน” 

Lushsux: “ผมอยากให้คนติดตามผลงานของผม มากกว่าจะมาสนใจว่า ผมจะใส่แว่นราคาแพงแค่ไหน หรือว่าผมจะถักหนวดยังไง”

Adam Lucas: “ตราบใดที่ Graffiti ยังเป็น Street Art อยู่ มันก็มีเรื่องกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง งาน Graffiti หลายๆงานนั้นถูกทำขึ้นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาติ และก็มีความพยายามจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พยายามจะล่าตัวศิลปินกราฟฟิตี้เหล่านี้ ตอนแรกผมเลยเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัว”

Jasper Wong: “สำหรับประสบการณ์ของผมนะ ศิลปินที่เลือกจะไม่ออกนามนั้น คือพวกที่เพ้นท์ตามถนนแบบผิดกฏหมายอย่างต่อเนื่อง”

Daniel Weintraub: “ผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม Graffiti ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของการ Show-off แต่เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม แต่พอมันขึ้นไปอยู่บน Internet ปฏิกิริยาต่อผลงานมันก็ต่างออกไป มันก็มีคนบางพวกที่ไม่ประสงค์ออกนาม แต่ว่าก็โชว์ผลงานที่ตัวเองทำอย่างต่อเนื่องในอินเตอร์เน็ต และก็มีคนอีกกลุ่มที่กลัว และพยายามอยู่แบบลับๆทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และโลกอินเตอร์เน็ต เพราะเขาคิดว่าตำรวจกำลังจับตาอยู่ และอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดว่าตัวตนของศิลปินถูกเปิดเผย ?

Felipe Pantone: “ผมไม่คิดว่าอะไรจะเปลี่ยน อย่างน้อยสำหรับผมนะ แต่ผมคิดว่ามันจะมีผลต่อมุมมองของคนดู ตัวตนของผมอาจจะสร้างผลกระทบในการชื่นชมผลงาน และอาจจะเกิดการตั้งแง่ในเรื่องหน้าตา, ชนชาติ, หรือว่าสไตล์ของผม”

Lushsux: “ศิลปินส่วนใหญ่คงไม่อยากให้เรื่องที่จะทำให้ตัวเองถูกจับ หรือถูกกระทืบเกิดขึ้นกับตัวเองหรอก สำหรับผม ผมคิดอย่างมากก็แค่มีคนส่งภาพนู้ดมาให้ หรือว่ามีคนทักมาขอแต่งงานล่ะมั้ง”

Adam Lucas: “มันขึ้นอยู่กับเนื้องาน ถ้าเกิดว่าคุณคิดว่าหน้าตา หรือชื่อของคุณจะเพิ่มมิติให้กับผลงานได้ มันก็อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งในทางที่ดีขึ้น และแย่ลง”

Jasper Wong: “สำหรับพวกสายผิดกฏหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องระวังก็คือผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งก็ไม่พ้นเรื่องติดคุก หรือจ่ายค่าปรับนั่นแหละ”

Daniel Weintraub: “ถ้าพูดถึง Banksy เขาแน่วแน่มาตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่เปิดเผยตัวตน นั่นกลายเป็นคาแรกเตอร์ของเขา และเขาก็ยึดถือในคาแรกเตอร์นั้นได้อย่างยอดเยี่ยม ผมเลยไม่คิดว่าเขาจะเปิดเผยตัวตนหรอก ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไร ที่ทำให้ศิลปินเปลี่ยนใจ”

การเปิดเผยตัวตนจะช่วยให้ผลงานขายดีขึ้นมั้ย ?

Felipe Pantone: “ในกรณีของ Banksy การปกปิดตัวตนนั้นได้ช่วยสร้างชื่อให้กับเขา แต่ก็มีศิลปินบางคนที่ประสบความสำเร็จได้เพราะการเปิดเผยตัว คำว่ายอดขายนี้มันไม่มีความตายตัว แต่ว่าที่แน่ๆ ความหมายของผลงานผมต่อมุมมองของคนดูจะเปลี่ยนไปแน่นอน ถ้าผมเปิดเผยตัวตน”

Lushsux: “มันช่วยแหละ นักสะสมไม่ได้ชอบแค่ผลงาน แต่ชอบที่จะโม้ว่าเขารู้จักศิลปินด้วย”

Adam Lucas: “นักสะสมชื่นชอบเรื่องราวเบื้องหลังอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องน่าสนใจมากที่ศิลปินสามารถชื่อในวงการได้ทั้งๆที่ไม่มีใครรู้ตัวตนเลย และในโลกที่ทุกๆอย่างโปร่งใส และเข้าถึงได้หมด มันยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเข้าไปอีก แต่ในกรณีนี้ ผมไม่ได้พูดถึงศิลปินที่ปิดหน้าครึ่งเดียว และโพสต์รูปลง Instagram นะ นั่นไม่ใช่นิรนาม แต่เป็นแค่กับดักล่อเป้าเฉยๆ”

Jasper Wong: “มันขึ้นอยู่กับผลงานจริงๆนะ ผลงานของศิลปินบางคนก็ประสบความสำเร็จเพราะว่าการไม่เปิดเผยชื่อ แต่บางทีมันก็เป็นอุปสรรค เพราะว่างานของพวกเขาไม่สามารถไปจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์ได้ และถ้าเกิดว่าผลงานถูกขโมย หรือว่าถูกเอาเปรียบ ศิลปินก็ไม่สามารถเรียกร้องเอาอะไรได้ พอพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็นึกถึง Banksy ขึ้นมาเลย”

Daniel Weintraub: “ผมคิดว่ามันส่งผลได้ทั้งสองทางแหละ บางทีผู้คนก็จะตัดสินจากศิลปิน คนอาจจะได้ไปเจอศิลปิน หรืออ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปิน แล้วไม่ค่อยอินสักเท่าไหร่ สำหรับนักสะสม มันง่ายกว่าที่จะสะสมผลงานจากศิลปินนิรนาม เพราะพวกเขาสามารถที่จะปั้นเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับผลงาน หรือศิลปินก็ได้”

สุดท้ายแล้วคิดว่าความศรัทธาในตัวศิลปินจะหายไปมั้ย ถ้าเขาเปิดเผยตัว ?

Felipe Pantone: “ผมไม่คิดงั้นนะ ผมคิดว่าศิลปินหลายๆคนก็ใช้ตัวตนของตัวเองดึงดูดผู้ชม”

Lushsux: “ไม่น่านะ แต่ถ้าเกิดว่ากากอยู่แล้ว มันก็คงไม่มีอะไรต่างกันมาก”

Adam Lucas: “ถ้าเกิดว่ามันส่งผลแบบนั้น ผมคิดว่าคนดูคงตามศิลปินแบบผิดวิธี ซึ่งถ้าเกิดว่าความ “นิรนาม” หายไป มันก็ต้องมีการพัฒนา หรือความเปลี่ยนแปลงเข้ามาแทนที่สิ ถึงจะมีความสมดุล”

Jasper Wong: “ผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมคิดว่าสาวกจะชอบตัวผลงาน มากกว่าบุคลิก อย่างน้อยผมก็หวังอย่างนั้นแหละ”

Daniel Weintraub: “เมื่อปีที่แล้วมีศิลปินที่ชื่อว่า ABOVE หรือตัวจริงก็คือ Tavar Zawacki ผมว่าเขาเจอจุดหักเห ตอนที่เขารู้สึกเซ็งกับชื่อปลอมของเขา และการที่ไม่มีใครรู้จักหน้าเขาเลย จนอาจจะถึงจุดที่แบบ “ช่างแม่งเถอะ” ผมคิดว่าการเป็นศิลปินนิรนามอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเหงาได้”

คิดว่าศิลปินทุกคนควรจะให้ความสำคัญกับผลงานของตน มากกว่าภาพลักษณ์มั้ย ?

Felipe Pantone: “การอยู่แบบนิรนามนั้นเป็นการตัดสินใจของผมเอง ผมก็เข้าใจนะว่าศิลปินบางคนก็อยากจะทุ่มเทเกี่ยวกับตัวตนของพวกเขา”

Lushsux: “อะไรก็ได้ที่เหมาะกับ Ego แหละมั้ง สำหรับผม ผมไม่อยากพูดคุยกับผู้คนตามท้องถนนในชื่อ @lushsux”

Adam Lucas: “มันขึ้นอยู่กับวิธีการ บางคนดังเพราะชื่อ บางคนก็ดังเพราะผลงาน ศิลปินทุกๆคนก็มีความแตกต่างกันออกไป และนั่นคือความสวยงาม ความไม่มีกฏเกณฑ์นี่แหละคือความสวยงาม”

Jasper Wong: “งานควรมาก่อนเสมอ”

Daniel Weintraub: “แน่นอนว่ามันมีคนที่ทำงานแบบผิดกฏหมายในชื่อหนึ่ง และทำงานแบบถูกกฏหมายในอีกชื่อหนึ่ง และจะมีแค่คนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่จะรู้ตัวตนทั้งสองด้าน วิธีลักษณะนี้แหละที่จะทำให้ศิลปินสามารถอยู่ในเกมได้ต่อไปเรื่อยๆ และก็อาจจะสร้างชื่อในวงการอื่นๆได้ด้วย“

 

Source: Hypebeast
Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save