“รักษ์โลก” ความจริงจังของมนุษย์ที่กลัวโลกร้อน บนโลกแฟชั่นยุคปัจจุบัน !

ในยุคที่ชาวโลกต่างเริ่มตระหนักถึงภาวะโลกร้อน นับตั้งแต่ขวบปี 2012 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ายุทธการเศรษฐศาสตร์ของเหล่าสินค้ายักษ์ใหญ่หลากหลายแบรนด์ ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเหล่าผู้บริโภคหน้าใสทั้งหลาย ต่างเริ่มให้ความสนใจกับสินค้าที่ตั้งชื่อตัวเองว่า "สินค้าสีเขียว" , "สินค้ารักษ์โลก" (ซึ่งมักจะมีชื่อที่พวงกับคำว่า green หรือ eco- อยู่เสมอไป) และทำให้เทรนด์ "Sustainable Clothing" บูมขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งใช้เวลาไม่กี่ปีในการจุดประกายเทรนด์ดังกล่าว

สังเกตง่าย ๆ ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารการกิน , เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งของเล่นเด็ก ต่างก็เริ่มงัดจุดขายในเรื่องของวัสดุ(หรือวัตถุดิบ) ที่ตัวเองนำมาใช้ ในแง่ของ "ความเป็นมิตร" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ "ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" เช่นการเลือกใช้ใยผ้าฝ้ายออแกนิคร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นมิตรต่อธรรมชาติ มาใช้ในกระบวนการผลิต เรื่องของอาหารการกิน ที่ทางร้านได้เลือกสรรวัตถุดิบชั้นดี ไร้สารเคมีตกค้าง มาปรุงแต่งอาหารให้ทุกท่านได้ทานกันแบบ "คลีน ๆ" ซึ่งก็สามารถชนะใจเหล่าผู้บริโภคให้ควักกระเป๋าสตางค์จ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ถึงแม้ตัวสินค้ามักจะมีราคาที่สูงกว่าสินค้าปกติทั่วไป

Slavoj Žižek นักปรัชญาชาวสโลวีเนียน

อ้างอิงจากนักปรัชญาทฤษฎีทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมชื่อดังอย่าง "สลาวอย ชิเช็ค" ซึ่งเคยพูดถึงบริบทที่ว่านี้ ไว้ด้วยการหยิบยกนำสองแบรนด์สินค้าชื่อดังของโลกอย่าง Starbucks และ Toms shoes ซึ่งทั้งสองแบรนด์มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่คล้ายคลึงกันคือ เมื่อคุณซื้อกาแฟของ Starbucks ก็จะเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกไร่กาแฟในชนบทที่ห่างไกลจากตัวร้านกว่าหลายร้อยกิโลออกไป ในขณะที่ทางฝั่งของรองเท้า Toms เมื่อคุณซื้อรองเท้าหนึ่งคู่ เหล่าเด็ก ๆ ในประเทศด้อยพัฒนาก็จะมีรองเท้า Toms ใส่อีกหนึ่งคู่เช่นเดียวกัน

ซึ่งชิเช็คก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกรณีนี้ไว้อย่างถึงพริกถึงขิงว่า นี่เป็นเหมือนยาแก้ปวดของโลกทุนนิยม ที่รับประทานเพื่อบำบัดอาการเท่านั้น การซื้อสินค้าในความเป็นจริงก็เป็นการ "ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ" อยู่แล้วในตัว ดังนั้นเขาจึงเห็นว่า การทำความดีที่หยิบยกมาสองประเด็นข้างบนดังกล่าว เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น และไม่ได้สลักสำคัญอะไรต่อชนชั้นแรงงานที่ทั้งสองแบรนด์ใหญ่กล่าวอ้างมาเลยแม้แต่น้อย

แต่ถ้าถามว่า แคมเปญที่สองแบรนด์นี้ทำมานั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องบอกเลยว่าใช่ ซึ่งเราก็น่าจะเห็นกันได้อย่างชัดเจนของความเติบโตทางมูลค่าในการตลาดหลักทรัพย์ ของทั้งสองบริษัทซึ่งแถบจะไม่มีทีท่าที่จะหยุดหย่อนเลย …

และเมื่อเรามองมาที่กลยุทธ์ทางการตลาดของ adidas ในช่วงยุคหลังที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่าตัวแบรนด์ก็มีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะเดินตามรอยแคมเปญรักษ์โลกในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยการผลิตรองเท้า adidas x Parley ที่เน้นใช้วัสดุสังเคราะห์จากขยะธรรมชาติมาใช้ แคมเปญ ‘Human Race’ ที่ทางแบรนด์ร่วมคอลแลปส์กับ Pharrell Williams ซึ่งมีคอนเซ็ปท์อ้างอิงมาจาก "ความเป็นมนุษย์" ซึ่งรายได้บางส่วนพวกเขาก็นำไปช่วยเหลือเหล่าชนกลุ่มน้อย ตามทวีปแอฟริกา

เหล่าขยะใต้ท้องทะเล ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตผ้า Primeknit ของโปรเจ็คท์ adidas x Parley

และรวมไปถึงซีรี่ย์ adidas Futurecraft 3D ที่ใช้เทคโนโลยีสังเคราะห์แสงแบบดิจิตอล ถึงแม้ตัวสินค้าในตอนแรกจะไม่ได้โฆษณาตัวเองว่าเป็นสินค้ารักษ์โลกในตอนแรก แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตของพวกเขา ก็สามารถลดขยะมลพิษอย่าง carbon footprint ในกระบวนการผลิตรองเท้าไปได้ด้วยเช่นกัน

แต่นี่คือคำตอบของการรักษ์โลกจริงหรือไม่ และสตรีทแฟชั่นจะเดินสายสีเขียวทางนี้ต่อไปหรือเปล่า ?

adidas Future Craft 4D และเทคโนโลยีสังเคราะห์แสงแบบดิจิตอล ที่ใช้ในการผลิตพื้นรองเท้า

เมื่อท้ายที่สุดแล้ว "แฟชั่น" ไม่ใช่สิ่งที่ขับเคลื่อนด้วย "คุณธรรมที่มีต่อโลก" แต่แฟชั่นคือฟังก์ชั่น ที่มีความฟุ่มเฟือยเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอมาในแต่ละยุคสมัย ถึงถ้าจะให้พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เทรนด์การรักษ์โลก ก็เป็นเพียงแค่เทรนด์หนึ่งเทรนด์ ที่สามารถนำมาหาผลประโยชน์ได้อย่างแนบเนียน เพราะในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้น การต้องเสียเงินในมูลค่ามากกว่า เพื่อการปกป้องโลก ดูจะเป็นอะไรที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่

ที่เดินทางมา และกำลังจะจากไปในไม่ช้านี้ เช่นเดียวกันกับสิ่งอื่น ๆ ในคราบของกาลเวลา อย่างที่เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์แก้ปัญหาที่ปลายเหตุเสมอ …

แต่ท้ายที่สุดแล้วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านเอง

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save