โอ๋ ทองไทย ดีไซเนอร์คนไทยในเวทีโลก และแรงบันดาลใจจาก Nike Air Max 1 “atmos Elephant”

ถ้าจะให้กล่าวถึงดีไซเนอร์ระดับโลกสักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนไทย ในวินาทีนี้ชื่อของ “โอ๋ ทองไทย” และแบรนด์ O Thongthai Jewellery ของเธอน่าจะเป็นชื่อแรกที่ผู้คนพูดถึงอย่างแน่นอน เพราะผลงานของเธอนั้นถือได้ว่ามีเอกลักษณ์และโดดเด่นในวงการจิวเวลรี่ยุคใหม่อย่างเฉิดฉาย แม้กระทั่งซูเปอร์สตาร์อย่าง Rihanna ก็ยังสวมใส่แบรนด์ของเธอ !

ด้วยเหตุนี้ ถ้าจะให้พูดถึงชื่อคนดังซึ่งจะมานำเสนอรองเท้าที่สาวกสนีกเกอร์ทุกคนใฝ่หาอย่าง Nike Air Max 1 “atmos Elephant” โมเดลที่เปรียบเสมือนเพชรน้ำงามแห่งการออกแบบจากค่ายไนกี้ ย่อมไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเธอคนนี้อีกแล้ว Soul4street ขอเชิญทุกท่านร่วมวงบทสนทนาระหว่างเรากับ คุณโอ๋ ทองไทย ตามบทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้ได้เลย

 

จากการที่คุณโอ๋ได้ทำงานอยู่ในแวดวงศิลปะและการออกแบบ มีความรู้สึกเกี่ยวกับ Nike Air Max 1 “atmos Elephant” คู่นี้อย่างไรบ้าง?

มันเป็นเหมือน Iconic Piece ของแบรนด์เลยก็ว่าได้ เพราะมันออกมาตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว ส่วนตัวจึงรู้สึกว่ามันก็เป็นสนีกเกอร์รุ่นที่สุดยอดมากรุ่นหนึ่งของทาง Nike เพราะอย่างตอนที่โอ๋เห็นแวบแรก ก็สามารถรู้ได้ทันทีเลยว่า ไม่ว่ามันจะเก่าแค่ไหน มันก็ยังไปได้เรื่อย ๆ ด้วยตัวมันเอง แล้วตอนนี้พวกเราก็อยู่ในยุคที่ทุกอย่างมันขับเคลื่อนไปเร็วมาก เราอาจจะเห็นอะไรสวย ๆ โดน ๆ ในแต่ละวันบนหน้าฟีดบนโซเชียลมีเดียไม่ต่ำกว่าสิบอย่าง แต่วันต่อมาเราก็ลืมแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่รองเท้าคู่หนึ่งจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้

อะไรที่ทำให้มองว่าทุกวันนี้มันยังดูไม่เก่า ?

ลายหนังช้าง ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น แอร์จอร์แดน หรือทางฝั่งไนกี้เองก็แล้วแต่ เขาก็ยังใช้ลวดลายนี้อยู่เสมอ

ในบริบทของสตรีทแฟชั่นไทย คุณคิดว่า Nike Air Max มีบทบาทอย่างไร ?

มันเป็นเรื่องของ Fashion + Function คือมันลงตัวมาก สวมใส่สบายแล้วก็สวยงาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวที่หาได้ยากมากเลยนะในเครื่องแต่งกาย บางอย่างสวยมาก แต่ใส่ไม่สบาย ซึ่ง Nike Air Max เป็นเรื่องของ Innovation + design ที่ดันไปเจอจุดพอดีกันอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเศษมาก

แล้วปกติคุณโอ๋แต่งตัวแนวไหน ใส่สนีกเกอร์บ้างรึเปล่า ?

โอ๋เป็นคนชอบแต่งตัวสบาย ๆ นะ สตรีทบ้าง เสื้อยืดธรรมดา แต่เราก็ดูกาลเทศะ อย่างเช่นเวลาต้องไปออกงานอีเวนท์ต่าง ๆ ก็ต้องแต่งตัวดีกว่าปกตินิดนึง ส่วนเรื่องรองเท้าโอ๋ก็ใส่ Nike Air Max มาตลอด แต่จะชอบโทนสี Tonal (สีล้วน) เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสีขาว-ดำล้วน เพราะจริง ๆ โอ๋ก็ชอบแต่งตัวสวย ๆ นะ แต่เวลาแต่งตัวแบบนั้นมันไม่ค่อยสบายอ่ะ เลยชอบแบบเอาสบายไว้ก่อน เรื่องความสวยเอาไว้ทีหลัง

ในฐานะที่คุณโอ๋เป็นดีไซเนอร์ ถ้าจะให้ลองออกแบบโมเดล Nike Air Max 1 “atmos Elephant” รุ่นนี้ คิดว่ามันจะออกมาอย่างไร?

ส่วนตัวโอ๋ชอบสีดำมาก ถ้าให้ลองคิดสนุกๆ ก็อาจจะเปลี่ยนโลโก้ Swoosh ให้เป็นสีดำ และตรงส่วน Midsole เราก็จะเปลี่ยนให้เป็นสีดำ ลองทำให้มันเป็นสีดำล้วนดู (หัวเราะ)

เห็นล่าสุดคุณโอ๋มีผลงานวีดีโอร่วมกับคุณแพร์รี่ พาย งานชิ้นดังกล่าวมีที่มาและแรงบันดาลใจอย่างไรบ้างครับ ?

ในวีดีโอที่ชื่อว่า “Rare Sculp” โอ๋ต้องการหยิบยกเอาเอกลักษณ์ของ Nike Air Max 1 “atmos Elephant” นั่นคือลายหนังช้าง และสีฟ้า มานำเสนอ แล้วก็ได้ร่วมงานกับคุณแพร์รี่ พาย ในฐานะเมคอัพอาร์ติส เราก็เลยเอาเอกลักษณ์ของ Nike Air Max 1 “atmos Elephant” ดังกล่าวมาออกแบบเป็นลายเพนท์บนตัวนักเต้นในสไตล์ Contemporary Dance (การเต้นแบบร่วมสมัย) เพื่อที่สื่อสารความหมาย พร้อมบอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของรองเท้ารุ่นนี้ ผ่านท่าทางการเต้นและเพลงประกอบ

สำหรับขั้นตอนการทำงานวีดีโอชิ้นนี้ คุณโอ๋มีขั้นตอนอย่างไร และต้องเตรียมงานเตรียมข้อมูลมากน้อยแค่ไหนกับมัน ?

ก็จะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนกับคุณแพร์รี่ พาย ซึ่งก็จะดูแลในเรื่องของการเพนท์ติ้งไปเลย ส่วนโอ๋ก็จะดูภาพรวมทั้คอนเซ็ปต์ทั้งหมด ต้องหาข้อมูลว่าประวัติของรองเท้าคู่นี้เป็นอย่างไร และทำไมมันถึงถูก “Vote back” เป็นอันดับหนึ่งโดยนักสะสมทั่วโลกให้กลับมา ทุกอย่างมีเหตุมีผลของมัน

ทราบว่าคุณโอ๋เป็นคนชื่นชอบแฟชั่นและการแต่งตัว รู้สึกอย่างไรกับวงการแฟชั่นไทยในปัจจุบัน?

รู้สึกสนุกมาก ชอบที่เห็นคนมาทำเสื้อยืดกันเยอะ ๆ โอ๋รู้สึกว่ามันสนุกดี แล้วก็ถ้าพูดถึงรองเท้า Nike ในยุคนี้ นวัตกรรมและการดีไซน์ใหม่ ๆ ของเขาก็ทำให้โอ๋ตื่นเต้นอยู่เสมอ เช่นล่าสุดอันที่ไนกี้ทำร่วมกับ COMME des GARÇONS ที่มันเป็นพื้นแอร์โปร่งแสงหน่อย อันนั้นโอ๋ชอบมาก

ตอนนี้คุณโอ๋น่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนพอสมควรว่าวงการแฟชั่นค่อนข้างโหยหาอดีต (Nostalgia) อยากถามว่าคุณโอ๋มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ?

โอ๋เคยคุยกับเพื่อนว่าเวลาที่เราจะทำอะไรใหม่มันไม่ใช่แค่มองย้อนกลับไปที่ก้าวแรก มันต้องมองย้อนกลับไปตั้งแต่ก้าวที่ศูนย์เลย ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์อย่าง Vetements ที่ไม่ได้ทำอะไรแปลกใหม่ขนาดนั้น แต่มันดึงเป็น Oversized มาเป็นจุดขายไง ซึ่งนั่นแหละการมองกลับไปยังจุดแรกเริ่มของมัน แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างชาญฉลาด เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่มีอะไรใหม่หรอกบนโลกใบนี้ทุกคนเขาเคยทำกันมาหมดแล้วทั้งนั้นแหละมันเป็นเรื่องของการต่อยอดสิ่งใหม่จากสิ่งเดิมไอยังไงต่างหากที่สำคัญ

Share:
On Key

Related Posts

WEEKLY RADAR / OCTOBER-01

ต้อนรับเดือนตุลาคมแบบประจบเหมาะกับลิสต์ไอเทมน่ากดประจำสองสัปดาห์ คัดมาให้แบบหลากหลายทั้งสาย Active,

WATCHA GONNA ดู

[FULL VIDEO] BEHIND THE CURTAIN: เบื้องหลังเพลงสุดไวรัลจากปลายปากกาของ⁠ SAUCE BKK

“ผมอะเป็นคนแรกแต่ทำไมเธอให้เป็นที่สอง ที่บ้านเป็นพี่คนโตแต่เธอให้เป็นแค่น้อง สายตาเธอมันฟ้อง ว่าฉันคงดีไม่พอ ป่ะป๊าหม่าม้าบอกไว้ว่าเป็นผู้ชายน่ะไม่ต้องร้อง”

Read More >
PDPA Icon

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    Cookies Details

Save