D1 Milano แบรนด์ดีไซน์ที่ไม่จำกัดความอยู่แค่ “นาฬิกา”

หากคุณเข้ามาทำความรู้จักกับ D1 Milano ผ่านบทความนี้ ด้วยความคาดหวังว่าจะพบกับความหรูหราแบบเป็นทางการ หรือประวัติศาสตร์ที่เคร่งครัดแบบแบรนด์นาฬิกาสวิสดั้งเดิม เราคงต้องขอให้คุณลืมภาพจำของแบรนด์นาฬิกาแบบเก่า ๆ ไปก่อน เพราะที่นี่คือพื้นที่ของ “คนนอกคอก” (Misfits) และเหล่านักสร้างสรรค์ที่พร้อมจะตั้งคำถามกับทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ในโลกนาฬิกา

The Milanese Origin 🇮🇹

Dario Spallone
Image Source from: Watchard

D1 Milano ไม่ได้เริ่มต้นในโรงงานผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ไม่ได้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่เริ่มขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย Dario Spallone นักศึกษาบริหารธุจกิจจาก Bocconi University ในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี เขามองเห็นช่องว่างทางการตลาดในวงการนาฬิกา จึงต้องการสร้างนาฬิกาคุณภาพสูง ดีไซน์โดดเด่น ทันสมัย แต่ราคาจับต้องได้ สปัลโลเนสปาร์กไอเดียนี้ขณะที่อายุ 20 ปีเท่านั้น

ประจวบเหมาะกับช่วงใกล้เรียนจบ สปัลโลเนนำไอเดียนี้มาพัฒนาต่อเพื่อเป็นวิทยานิพนธ์ (Thesis) และเมื่อเรียนจบเขาจึงก่อตั้ง D1 Milano ในปี 2013 ร่วมกับน้องสาว Alessia Spallone และสองเพื่อนสนิท Alessandro Pedersoli กับ Mattia Bodini โดย D1 ย่อมาจาก “Day One” เสมือนจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ในวงการนาฬิกา

“We are not a watch brand.”

D1 Milano ไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแบรนด์นาฬิกา แต่คือ “แบรนด์ดีไซน์” ที่รวบรวมกลุ่มคนที่คลั่งไคล้ในการออกแบบ มองเห็นคุณค่าและเคารพต่อสิ่งเหล่านี้ มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ของนาฬิกาแบบเดิม พวกเขาไม่ได้ทำนาฬิกาเพื่อดูเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบนาฬิกามากกว่า ทั้งการใช้รูปทรงเหลี่ยมมุม (Octagonal Shape) สายนาฬิกาที่เชื่อมต่อกับตัวเรือน (Integrated Bracelet) และการใช้วัสดุหลากหลายที่แบรนด์อื่นไม่นิยม (Polycarbon) 

นอกจากนี้การวาง brand positioning และกลยุทธ์การตลาดยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้แบรนด์ของเขาแตกต่างจากคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้กราฟความนิยมพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในวงการนาฬิกาเลยทีเดียว

The First Watch: Polycarbon Series

นาฬิกาดีไซน์แรกของแบรนด์ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ และสร้างชื่อเสียงให้กับ D1 Milano อย่างรวดเร็ว วัสดุ Polycarbonate ที่ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าจะถูกนำมาใช้กับนาฬิกาดีไซน์ แต่พวกเขาก็ลบภาพจำของพลาสติกแบบเดิม ๆ ด้วยการเคลือบผิวแบบ Soft-touch ทำให้ตัวเรือนมีสัมผัสที่นุ่มนวล ละมุนมือ และสวมใส่สบายอย่างเหลือเชื่อ

Polycarbon ยังเด่นด้วยการใช้สีเดียวทั้งเรือน ตั้งแต่ตัวเรือน หน้าปัด ไปจนถึงสายนาฬิกา นอกจากนี้ยังใช้รูปทรงแปดเหลี่ยมและสายนาฬิกาที่เชื่อมต่อกับตัวเรือน (integrated bracelet) อ้างอิงจากนาฬิกาสปอร์ตในยุค 70 ทำให้โมเดลนี้กลายเป็น “Design Object” ที่โดดเด่นกว่าใคร และเป็นที่จดจำได้ทันทีแม้จะมองจากระยะไกล

Maturation and Collaboration

หลังจากผ่านพ้นช่วงเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก D1 Milano ได้เข้าสู่ช่วงแห่งการเติบโตอย่างมั่นคง พวกเขาตัดสินใจเปิดสำนักงานใหญ่เพิ่มที่ Dubai พร้อมกับก่อตั้งสำนักงานใน Hongkong ด้วยเหตุผลที่ต้องการครองตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด (อ่าวเปอร์เซีย) และอยู่ใกล้กับห่วงโซ่การผลิตทั่วโลก (เซินเจิ้น) แต่ยังคง HQ อยู่ที่มิลานเช่นเดิม

แบรนด์ยังได้รับความสนใจจากเหล่าเซเลบอย่าง Tyrese Gibson หรือ Diplo นอกจากนี้ยังได้ไปร่วมงานกับ Milan Fashion Week เพื่อเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของแบรนด์อยู่ตลอด หนึ่งในนวัตกรรมเด่นที่แบรนด์นำมาผสมผสานกับแฟชั่น นั่นคือ นาฬิกาเทอร์โมโครมิก (thermochromic) ที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่สามารถทำได้

The Signature Collections

Ultra Thin Watches (1970 Collection)

Ultra Thin Watches

การขยายไลน์นาฬิกาเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้ามากขึ้นก็ตามมา โดยเราขอยกตัวอย่าง 3 รุ่นฮิตของแบรนด์ ไล่เรื่อยไปด้วย “Ultra Thin” นาฬิกาโลหะที่เน้นการออกแบบเพรียวบางและเรียบง่าย ด้วยรูปทรงที่บางเฉียบเพียง 6 มม. ออกแบบเชิงวิศวกรรมมาอย่างดีเพื่อให้ตัวเรือนมีความโค้งรับและแนบสนิทกับข้อมือ มอบสัมผัสที่เรียกว่า “The Perfect Fit” หรือความพอดีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการสวมใส่

วัสดุพรีเมียมจาก 316L Stainless Steel ซึ่งเป็นเหล็กกล้าคุณภาพสูงที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและไม่ระคายเคืองผิว ผ่านกระบวนการกัดกลึงด้วยเครื่องจักร CNC ที่มีความแม่นยำระดับไมครอน ทำให้ได้เหลี่ยมมุมที่คมชัดและลวดลายการขัดเงาที่หรูหราเทียบชั้นนาฬิการะดับไฮเอนด์

Ultra Thin มีให้เลือกทั้งขนาด 38 มม. สำหรับความคลาสสิกสง่างาม และ 40 มม. สำหรับความทันสมัยที่ดูเต็มข้อมือมากขึ้น ปิดท้ายด้วยสายสายโลหะที่เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวเรือน หรือสายผ้าที่ให้ลุคสปอร์ต เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้ตามสไตล์ของแต่ละคน

Square Watches

หากรุ่นแปดเหลี่ยมคือสัญลักษณ์ของแบรนด์ คอลเลกชัน “Square” คือการนำกลิ่นอายความวินเทจจากยุค 70 มาตีความใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัย โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลังผ่านรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังคงรักษาความบางไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้สวมใส่สบายและดูหรูหราแนบไปกับข้อมือ

หน้าปัดรุ่นนี้มาในสไตล์มินิมอลที่เน้นความสะอาดตา โดยมีการใช้เทคนิคขัดลายแบบ Circular Brushed หรือ Sunray ที่ช่วยให้หน้าปัดเล่นกับแสงได้อย่างสวยงาม ตัวเรือนทำจาก 316L Stainless Steel และใช้กระจก Sapphire กันรอยขีดข่วน พร้อมเคลือบสารกันสะท้อน

ขนาดที่ลงตัว 37 มม. มาตรฐานที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงให้ลุคที่ดูสปอร์ตและมั่นใจ ส่วนขนาด 32 มม. สำหรับผู้ที่ชอบความกะทัดรัดให้ความรู้สึกเหมือนใส่เครื่องประดับที่ดูหรูหรา ทั้งหมดนี้ทำให้ Square เป็นนาฬิกาที่ผสมสานความคลาสสิกเข้ากับความล้ำสมัยอย่างลงตัว

Skeleton Watches

ถ้า Polycarbon คือความสนุก Ultra Thin คือความเรียบหรู Square คือความวินเทจ คอลเลกชัน “Skeleton” ก็คือตัวแทนของความซับซ้อนเชิงศิลปะที่ D1 Milano ตั้งใจออกแบบมาเพื่อผู้ที่หลงใหลในกลไกนาฬิกาอย่างแท้จริง เพราะหัวใจหลักคือการ “เปลือย” หน้าปัดเพื่อเผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติ

ใช่ครับ รุ่นนี้เลือกใช้กลไกอัตโนมัติ (Automatic) คุณภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ โดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ ขนาดของตัวเรือนประมาณ 41.5 มม. เพื่อความเต็มข้อมือมากขึ้น ส่วนกระจกของหน้าปัดใช้กระจก Sapphire เหมือนกับรุ่น Square

D1 Milano x Kodak (2020)

การทำ Collaboration ครั้งแรกของแบรนด์ โดยร่วมมือกับ Kodak แบรนด์ฟิล์มระดับตำนาน ผ่านดีไซน์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความวินเทจจากยุค 70-80 เลือกใช้โมเดลคลาสสิก Polycarbon ดีไซน์ด้วยสีดำด้าน เติมกิมมิกสีแดงและเหลืองที่สื่อถึง Kodak อย่างชัดเจน

หน้าปัดถูกออกแบบให้มีลายละเอียดคล้ายกับวงแหวนเลนส์กล้อง และมีแถบสีที่ชวนให้นึกถึงกล่องฟิล์ม Kodak ในสมัยก่อน กล่องนาฬิกาถูกดีไซน์มาให้เหมือนกับกล่องใส่ฟิล์ม 35 มม. หรือกล่องกล้องวินเทจ “Kodachrome Limited Edition” ผลิตเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น ทำให้คอลแลบโดนใจทั้งสายสะสมนาฬิกาและสายถ่ายภาพ

D1 Milano x Willy Wonka (2022)

ครั้งนี้ร่วมงานกับภาพยนตร์ Willy Wonka & The Chocolate Factory ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก นาฬิกา Polycarbon รุ่นพิเศษนี้ถูกเนรมิตให้เป็นสีน้ำตาลทั้งเรือนแบบ Monoblock ซึ่งได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากแท่งช็อกโกแลตอันแสนอร่อยของ Wonka ด้วยเทคนิคการเคลือบสี IP Brown ที่สม่ำเสมอทั่วทั้งตัวเรือนและสายนาฬิกา มอบลุคที่ดูเข้มข้น สุขุม แต่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน

จุดเด่นที่โดดออกมาจากตัวเรือนคือเข็มวินาทีสีทอง ซึ่งเปรียบเสมือนการค้นพบ “ตั๋วทองคำ” (Golden Ticket) อันล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในห่อช็อกโกแลต เท่านั้นยังไม่พอ! ยังมี 300 เรือนพิเศษที่มีฝาหลังนาฬิกา PVD สีทองปะปนอยู่ในกล่องปกติ หากผู้โชคดีได้รับเคสสีทองด้านหลังจะได้รับของขวัญจำนวนจำกัดส่งตรงจาก D1 Milano ถือเป็นกิมมิกที่เล่นใหญ่แต่ได้เอนเกจไปเต็ม ๆ

D1 Milano x Prema Racing (2024)

การจับมือกันครั้งสำคัญของสองขั้วอำนาจจากอิตาลี แบรนด์นาฬิกาที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ ดีไซน์ และวัสดุนวัตกรรม มาเจอกับหนึ่งในทีมมอเตอร์สปอร์ตที่ทรงอิทธิพลและมีเกียรติประวัติสูงสุดในโลกอย่าง Prema Racing ความร่วมมือในครั้งนี้คือการผสมผสานสไตล์เข้ากับโลกแห่งความเร็วอย่างแท้จริง

เลือกใช้นาฬิการุ่น Polychrono ขนาด 40.5 มม. (Polycarbon ที่มีหน้าปัดเล็กเพิ่มเข้ามา) พื้นผิวหน้าปัดสีเทาดีไซน์ลวดลายคล้ายกับพื้นถนนในกริด ตัดกับสีแดง Racing Red บนเข็มจับเวลาและปุ่มกด ซึ่งเป็นสีประจำทีม Prema ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจดจำได้ทันที ภายในกล่องยังมีพวงกุญแจคัสตอมและเครื่องมือปรับสายนาฬิกาที่ได้รับแรงใจการเข้า Pit Stop ของรถแข่ง เรียกได้ว่าจัดเต็มทุกดีเทล

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของ D1 Milano ที่เป็นจุดแข็งและทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมาถึงปัจจุบัน สำหรับปีนี้ทาง D1 Milano จะมีคอลลาบอเรชันอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอีกบ้าง ต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับ รับรองว่าอีกไม่กี่อึดใจ ถือว่าเป็นการเปิดปีใหม่ 2026 อย่างยิ่งใหญ่และทุกคนคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

Share:
On Key

Related Posts

Best Purchase 2025

ใกล้จะจบลงไปอีกหนึ่งปีแล้ว สำหรับปี 2025

WATCHA GONNA ดู

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอม ให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save